⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1080/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2533

ป.รัษฎากร ม.30 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เสียภาษีได้ยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลแล้ว ศาลมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการที่ผู้เสียภาษีไม่ชำระภาษีตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา ไม่ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิที่จะนำคดีมาฟ้องต่อศาล

ย่อคำพิพากษา

ผู้ต้องเสียภาษีฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินและเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ขณะที่คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลภาษีอากรกลาง กรมสรรพากร กลับนำมูลกรณีเดียว กันมาฟ้องขอให้ผู้ต้องเสียภาษีชำระค่าภาษีอากรตาม ที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัย ดังนี้ โดย ที่บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 30(2) บัญญัติว่า ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อ ศาลนั้น ย่อมเป็นที่เห็นได้ ว่าที่บัญญัติไว้เช่นนี้ ก็โดย วัตถุประสงค์เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบหรือไม่ ศาลจึงมีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข ยกเลิกหรือเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ เมื่อผู้ต้อง เสีย ภาษีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อ ศาลอยู่ โจทก์มีสิทธิจะได้ รับชำระภาษีตาม ที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยแล้วหรือไม่ จึงต้องรอฟังคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลเสียก่อน การที่ผู้ต้องเสียภาษีไม่ชำระภาษีอากรตาม คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงหาได้เป็นการโต้แย้งสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องไม่ เพราะมิฉะนั้นบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อ ศาลก็จะไร้ผล.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลรัษฎากร ม.30

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินค่าภาษีอากรแก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น1,121,665.06 บาท จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากจำเลยได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยได้ฟ้องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาล คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาเมื่อยังไม่มีคำพิพากษา โจทก์ไม่อาจฟ้องให้จำเลยชำระภาษีอากรที่จำเลยยังอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีที่จำเลยฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมิน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ อาจถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือเพิกถอนโดยคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลได้โจทก์มีสิทธิได้รับชำระค่าภาษีอากรหรือไม่ ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลเสียก่อน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์หมายเรียกจำเลยมาตรวจสอบไต่สวนการชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลของจำเลย สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีพ.ศ. 2515, 2516 แล้วมีหนังสือลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2522 แจ้งการประเมินให้จำเลยชำระภาษีอากรให้โจทก์ เป็นเงินทั้งสิ้น1,019,695.52 บาท จำเลยอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการคณะนั้นพิจารณาแล้ว มีคำวินิจฉัยให้ลดเงินเพิ่มที่เรียกเก็บลงร้อยละ 50 ของเงินเพิ่มตามกฎหมาย คงให้จำเลยชำระภาษีอากรพร้อมเงินเพิ่มให้โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น 934,720.09 บาทจำเลยอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรกลาง ขณะที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระภาษีอากรที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้จำเลยชำระให้โจทก์เป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ที่จำเลยไม่ชำระเงินตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์ เป็นการโต้แย้งสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องได้หรือไม่ พิจารณาแล้วบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร มาตรา 30(2) บัญญัติว่า "ฯลฯ ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาล ฯลฯ" เป็นที่เห็นได้ว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้ก็โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าการประเมินและคำวินิจฉัยชอบหรือไม่ ศาลจึงมีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไข ยกเลิกหรือเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลอยู่ โจทก์มีสิทธิจะได้รับชำระภาษีอากรตามที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยแล้วหรือไม่ จึงต้องรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลเสียก่อน การที่จำเลยไม่ชำระภาษีอากรตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จึงหาได้เป็นการโต้แย้งสิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องดังที่อุทธรณ์ไม่ เพราะมิฉะนั้นบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ต่อศาลก็จะไร้ผล" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2533 กรมสรรพากร โจทก์ บริษัท คอน ติเนนตัล โอเวอร์ซีส จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - บริษัท คอน ติเนนตัล โอเวอร์ซีส จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · อุดม เฟื่องฟุ้ง · ตัน เวทไว
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 3148/2535ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ