⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1298/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรุกล้ำที่ดินโดยโรงเรือนที่สร้างขึ้นโดยเจ้าของที่ดินเดิมในที่ดินของตนเอง แล้วต่อมามีการแบ่งแยกที่ดิน ทำให้โรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่แบ่งแยกอีกแปลงหนึ่งนั้น ไม่อยู่ในบังคับมาตรา 1312 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ให้ถือว่าผู้ที่ครอบครองที่ดินที่ถูกรุกล้ำมีสิทธิใช้ที่ดินส่วนที่ถูกรุกล้ำนั้นได้ โดยต้องเสียค่าตอบแทนแก่เจ้าของที่ดิน และเจ้าของที่ดินที่ถูกรุกล้ำมีสิทธิเรียกค่าตอบแทนดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของที่ดินเดิมเป็นผู้สร้างตึกพร้อมทั้งกันสาดในที่ดินของตนเอง ต่อมาได้แบ่งแยกที่ดินเป็นแปลง ๆ ทำให้กันสาดของตึกที่สร้างในที่ดินแปลงหนึ่งรุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่แบ่งแยกอีกแปลงหนึ่ง กรณีจึงไม่อยู่ในบังคับแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1312 เพราะการรุกล้ำมิได้เกิดจากจำเลยเป็นผู้สร้าง มาตรา 1312 เป็นบทยกเว้นเรื่องส่วนควบและแดนกรรมสิทธิ์ โดยบุคคลผู้สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริต มีสิทธิใช้ที่ดินของผู้อื่นในส่วนที่รุกล้ำนั้นได้ แต่ต้องเสียเงินให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าใช้ที่ดิน และจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอม คดีนี้จำเลยมิได้เป็นผู้สร้าง หากแต่เจ้าของที่ดินเดิมเป็นผู้สร้างในที่ดินของตนเองโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่มีกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ จึงต้องนำป.พ.พ. มาตรา 4 มาใช้บังคับ คืออาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ได้แก่มาตรา 1312 วรรคแรก คือจำเลยมีสิทธิใช้ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์เฉพาะที่กันสาดรุกล้ำเข้าไปนั้นได้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อกันสาด แต่มีสิทธิที่จะเรียกเงินเป็นค่าที่จำเลยใช้ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ต่อไปแต่โจทก์มิได้ฟ้องขอให้บังคับเช่นนั้น คงฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จึงไม่อาจบังคับให้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1312

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๑๐๕๕ พร้อมกับตึกเลขที่ ๒๘๖/๒ และที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๖๑๙๗ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๖๑๙๗ ทางทิศตะวันออกอยู่ติดกับตึกเลขที่ ๒๘๖/๙-๑๐ ของจำเลยกันสาดจากตึกจำเลยยาวประมาณ ๓ เมตร รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์ โจทก์ไม่สามารถก่อสร้างหรือขยายตึกในที่ดินดังกล่าวได้ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อกันสาดที่รุกล้ำออกแล้วจำเลยเพิกเฉย เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรื้อกันสาดส่วนที่รุกล้ำในที่ดินดังกล่าวของโจทก์ออก หากเพิกเฉยให้โจทก์รื้อเองได้โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๒,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นอไปจนกว่าจะรื้อกันสาดดังกล่าวออกแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เดิมที่ดินของโจทก์และจำเลยเป็นที่ดินโฉนดเดียวกัน เจ้าของกรรมสิทธิ์ได้สร้างตึกพร้อมกันสาดและแบ่งแยกที่ดินที่ขายระหว่างตึกโจทก์จำเลย ได้เว้นเป็นทางเดินเข้าออกและวางท่อระบายน้ำไว้ จำเลยซื้อตึกมาจากบุคคลอื่นอีกทอดหนึ่งมิได้ก่อสร้างกันสาดขึ้นใหม่แต่อย่างใด โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๖๑๙๗ โดยทราบดีว่ามีกันสาดตึกจำเลยรุกล้ำอยู่แล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อกันสาดที่รุกล้ำและเรียกค่าเสียหายได้ค่าเสียหายมีไม่ถึงตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ตึกแถวของโจทก์จำเลยและกันสาดพิพาทสร้างขึ้นโดยเจ้าของที่ดินเดียวกันตั้งแต่ครั้งยังไม่มีการแบ่งแยกโฉนด ต่อมาจึงแยกโฉนดแบ่งขายพร้อมตึก เมื่อกันสาดตึกจำเลยรุกล้ำที่ดินโจทก์ตั้งแต่เจ้าของเดิมแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิใช้ที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนที่รุกล้ำ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า ตึกของโจทก์จำเลยสร้างโดยเจ้าของเดียวสกัน สร้างเสร็จเจ้าของเดิมได้แบ่งขายพร้อมที่ดิน กันสาดสร้างพร้อมตึกดังกล่าว จำเลยซื้อตึกซึ่งมีกันสาดอยู่แล้ว และโจทก์ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๖๑๙๗ เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๘ ในสภาพที่มีกันสาดรุกล้ำที่ดินของโจทก์อยู่แล้วศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๑๓๑๒ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นบทบัญญัติเรื่องที่ผู้ไม่มีสิทธิในที่ดินสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นแต่ตามข้อเท็จจริงคดีนี้ จำเลยมิใช่ผู้สร้างตึกพร้อมทั้งกันสาด หากแต่เจ้าของที่ดินเดิมเป็นผู้สร้างในที่ดินของตนเอง ต่อมาเจ้าของที่ดินเดิมได้แบ่งแยกที่ดินเป็นแปลง ๆ จึงทำให้กันสาดของตึกที่สร้างในที่ดินแปลงหนึ่งรุกล้ำเข้าไปในที่ดินที่แบ่งแยกอีกแปลงหนึ่ง กรณีนี้จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ เพราะการรุกล้ำมิได้เกิดจากจำเลยเป็นผู้สร้างเมื่อคดีไม่อยู่ในบังคับแห่งมาตรา๑๓๑๒ แล้ว ปัญหามีว่าโจทก์มีสิทธิจะฟ้องขอให้จำเลยรื้อกันสาดออกไปให้พ้นเขตที่ดินของโจทก์ได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา ๑๓๑๒ เป็นบทยกเว้นเรื่องส่วนควบและแดนกรรมสิทธิ์โดยบุคคลผู้สร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของผู้อื่นโดยสุจริตมีสิทธิใช้ที่ดินของผู้อื่นในส่วนที่รุกล้ำนั้นได้ แต่ต้องเสียเงินให้แก่เจ้าของที่ดินเป็นค่าใช้ที่ดิน และจดทะเบียนสิทธิเป็นภาระจำยอม แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยมิได้เป็นผู้สร้าง หากแต่เจ้าของที่ดินเดิมเป็นผู้สร้างในที่ดินของตนเองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่มีกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้ จึงจะต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔ มาใช้บังคับ คืออาศัยเทียบบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งได้แก่มาตรา ๑๓๑๒ วรรคแรกคือจำเลยมีสิทธิใช้ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์เฉพาะที่กันสาดรุกล้ำเจ้าไปนั้นได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อกันสาด แต่มีสิทธิที่จะเรียกเงินเป็นค่าที่จำเลยใช้ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ต่อไป แต่โจทก์มิได้ฟ้องขอให้บังคับเช่นนั้น คงฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๒,๕๐๐บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่า จำเลยจะรื้อกันสาดออกไป ซึ่งศาลไม่อาจบังคับให้ได้ พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2533 นางบุญละมัย รักบุญยวง โจทก์ นายสุมิตร จิตร์โสรัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญละมัย รักบุญยวง · จำเลย - นายสุมิตร จิตร์โสรัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายโกษา ปิยสิรานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 576/2540ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 4810/2542ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา