⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1299/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1299/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่พนักงานสอบสวนมอบของกลางซึ่งเป็นพาหนะให้แก่บุคคลอื่นเก็บรักษาไว้แทน โดยมีเหตุผลอันสมควรและเป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่ถือเป็นการกระทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก แม้ภายหลังของกลางจะสูญหายหรือถูกขายทอดตลาดไปก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้กับกรมตำรวจกำหนดให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจยึดพาหนะที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดไว้ แต่มิได้ระบุว่าพนักงานสอนสวนจะต้องเป็นผู้เก็บรักษาไว้เอง ทั้งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการเก็บรักษาของกลาง กำหนดให้พนักงานสอบสวนจัดสถานที่สำหรับรักษาพาหนะของกลาง หรือมอบให้ผู้ที่สมควรรักษาไว้แทนก็ได้ การที่จำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนมอบรถยนต์ของกลางให้ ท. ผู้เช่าซื้อนำไปเก็บรักษาไว้เนื่องจากจำเลยไม่มีสถานที่เก็บรักษา และสถานีตำรวจที่จำเลยปฏิบัติงานอยู่ในเขตผู้ก่อการร้าย จึงมีเหตุผลอันสมควร เป็นการใช้ดุลพินิจปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบ และไม่ขัดต่อข้อตกลงดังกล่าว การที่ ท. ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ของกลางไปใช้ และโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อได้ยึดคืนแล้วนำไปขายต่อให้แก่ผู้อื่นเนื่องจาก ท.ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ซึ่งต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลางผู้ซื้อได้รับความเสียหายและฟ้องโจทก์ให้รับผิดนั้นเป็นเรื่องที่จำเลยไม่อาจคาดหมายล่วงหน้าได้ การกระทำของจำเลยจึงห่างไกลต่อผลที่เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางให้นางทองคำวณิชวิชากรกิจ เช่าซื้อไป ระหว่างการเช่าซื้อโจทก์ไม่ทรายว่ามีผู้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปใช้กระทำผิดกฎหมายจนถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้ โดยจำเลยที่ ๑ จะต้องเก็บรักษาไว้ แต่กลับปล่อยให้มีผู้นำรถไปใช้ ครั้นนางทองคำผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อโจทก์จึงติดตามยึดรถยนต์คันดังกล่าวคืนมา แล้วขายให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหกลราชสีมา ห้างหุ้นส่วนจำกัดสหกลราชสีมาได้ขายต่อให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดบัวใหญ่พัฒนา ต่อมาจำเลยที่ ๑ กลับยึดรถยนต์คันดังกล่าวโดยอ้างว่าศาลมีคำสั่งให้ริบ โจทก์ถูกห้างหุ้นส่วนจำกัดบัวใหญ่พัฒนาฟ้องให้รับผิด จำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบ โดยระหว่างที่นางทองคำเช่าซื้อรถยนต์นั้น มีผู้นำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมายจนถูกยึดจำเลยที่ ๑ เป็นผู้รับผิดชอบเก็บรักษา แต่กลับปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ดดยไม่ชอบ ปล่อยให้มีผู้นำรถไปใช้การที่จำเลยที่ ๑ ไม่ยึดรถยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานในทางคดีและแจ้งอายัดทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวไว้จนกว่าคดีถึงที่สุดเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิดด้วยขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ กระทำไปโดยสุจริตตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ที่ไม่แจ้งอายัดเพราะไม่มีระเบียบ จำเลยที่ ๑ ไม่อาจคาดหมายได้ล่วงหน้าว่าโจทก์จะยึดรถกลับคืนและโอนต่อไปจนเป็นเหตุให้เกิดคดีนี้การกระทำของจำเลยที่ ๑ มิใช่เป็นผลโดยตรง โจทก์มิได้รับความเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเก็บรักษาของกลางของพนักงานสอบสวนนั้นต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการเก็บรักษาของกลางกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๔๘๐ และข้อตกลงร่วมมือในการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป่าไม้ระหว่างกรมป่าไม้กับกรมตำรวจที่ว่าของกลางจำพวกยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิดให้อำนาจพนักงานสอบสวนยึดไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีจนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องหรือจนกว่าคดีถึงที่สุดเห็นว่า แม้ข้อตกลงดังกล่าวจะกำหนดให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจยึดพาหนะที่ได้ใช้ในการกระทำควาผมิดไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีจนกว่าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องหรือจนคดีถึงที่สุดแต่มิได้ระบุว่าพนักงานสอบสวนจะจ้องเป็นผู้เก็บรักษาไว้เอง ทั้งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยข้อบังคับการเก็บรักษาของกลาง พ.ศ. ๒๔๘๐ กำหนดให้พนักงานสอบสวนจัดสถานที่สำหรับรักษาพาหนะของกลางหรือมอบให้ผู้ที่สมควรรักษาไว้แทนก็ได้ การที่จำเลยที่ ๑ มอบรถยนต์ของกลางให้นางทองคำนำไปเก็บรักษาไว้เองเป็นการใช้ดุลพินิจปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่ให้อำนาจไว้ และไม่ข้อต่อข้อตกลงระหว่างกรมป่าไม้กับกรมตำรวจ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ กระทำโดยไม่สุจริต หรือมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ และจำเลยที่ ๑ มอยให้นางทองคำนำไปเก็บรักษาไว้เองก็เนื่องมาจากไม่มีสถานที่เก็บรักษาและขณะนั้นสถานีตำรวจภูธรอำเภอคำชะอีอยู่ในเขตผู้ก่อการร้ายอาจถูกผู้ก่อการร้ายโจมตีทำให้รถยนต์เสียหายได้ ทั้งมีข้อตกลงกว่าหากพนักงานสอบสวนเรียกให้คืนเมื่อใดจะต้องนำส่งคืนให้ทันทีในหหหหสภาพเดิม หากไม่สามารถส่งคืนได้ยินยอมให้ปรับคันละ๕๐๐,๐๐๐ บาท จึงเห้นได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ มีเหตุผลอันสมควรส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ ๑ ไม่แจ้งอายัดทะเบียนรถยนต์ไว้ทำให้โจทก์ไม่ทราบว่ารถยนต์ดังกล่าวตกเป็นขจองกลางในคดีอาญานั้นได้ความว่า ตามระเบียบไม่ได้ระบุว่าพนักงานสอบสวนจะต้องแจ้งกายึดอายัดไปยังนายทะเบียนยานพาหนะ ดังนั้น จำเลยที่ ๑ จึงไม่จำต้องแจ้งการยึดรถยนต์ดังกล่าวไปให้นายทะเบียนยานพาหนะทราบเพราะไม่มีระเบียบข้อบังคับวางไว้ อย่างไรก็ตามการกระทำของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่อาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่า นางทองคำจะนำรถยนต์ดังกล่าวไปใช้ไม่เก็บรักษาไว้ โจทก์จะพบและยึดคืนนำไปขายต่อให้แก่ผู้อื่นเนื่องจากนางทองคำผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ทำให้ผู้ซื้อนั้นได้รับความเสียหายไม่ได้กรรมสิทธิ์เพราะถูกยึดคืนและผู้ซื้อนั้นจะฟ้องโจทก์ให้รับผิดทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย การกระทำของจำเลยที่ ๑จึงห่างไกลต่อผลที่เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นส่วนราชการที่จำเลยที่ ๑ สังกัดอยู่ ไม่จำต้องวินิจฉัยเรื่องค่าเสียหายของโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1299/2533 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จำกัด โจทก์ พันตำรวจตรีอุดม พิมพานทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จำกัด · จำเลย - พันตำรวจตรีอุดม พิมพานทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายเฉลียว พลวิเศษ · ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา