⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1312/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1312/2533

ป.อาญา ม.78, 185

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยหลบหนีไปแล้วถูกจับได้ภายหลัง ไม่ถือว่าจำนนต่อพยานหลักฐาน การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจึงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำความผิดข่มขืนกระทำชำเรา สำเร็จและหลบหนีไปแล้วเจ้าพนักงานจึงมาที่เกิดเหตุ ต่อมาจับจำเลยได้ ดังนี้ยังฟังไม่ได้ว่า จำเลยจำนนต่อ พยานหลักฐาน คำรับ สารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน จึงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.185

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.185 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530 มาตรา 3 จำคุกตลอดชีวิตริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลดโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คงมีข้อพิจารณาในชั้นนี้เฉพาะฎีกาจำเลย ในส่วนที่ขอให้ลดโทษ พิเคราะห์แล้ว สำหรับข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงผู้เสียหายอายุ 12 ปี นั้น ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า หลังจากจำเลยได้ลากตัวผู้เสียหายเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราในดงหญ้าข้างทางแล้ว เจ้าพนักงานได้ทราบเหตุและเดินทางมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ก็ปรากฏว่าจำเลยได้กระทำความผิดสำเร็จและหลบหนีออกไปจากที่เกิดเหตุแล้วต่อมาจึงได้ถูกจับกุมดังนี้จะถือว่าจำเลยจำนนต่อพยานหลักฐานนั้นยังฟังไม่ถนัดคำรับสารภาพของจำเลยต่อเจ้าพนักงานในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจึงยังนับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรที่จะลดโทษให้ตามที่ขอมา..." พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530 มาตรา 3 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพต่อเจ้าพนักงานในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสี่โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุกห้าสิบปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53, 78คงให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 37 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1312/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม โจทก์ นาง สำเริง ชื่น ชม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครปฐม · จำเลย - นาง สำเริง ชื่น ชม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 335/2563ฎีกา 6830/2544ฎีกา 6936/2562ฎีกา 7019/2549ฎีกา 4/2508ฎีกา 7998/2561ฎีกา 2365/2563ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 4022/2558ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 1854/2563ฎีกา 2962/2523ฎีกา 512/2559ฎีกา 5048/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 7149/2558ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ