⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1338/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1338/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งยอมให้น้ำไหลผ่านที่ดินของตนเข้าสู่ที่ดินของผู้อื่นติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่าสิบปี อาจก่อให้เกิดภารจำยอมโดยอายุความได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องตั้งรูปคดีว่า ที่นาจำเลยสูงกว่าที่นาโจทก์ การทำนาของโจทก์ต้องอาศัยน้ำจากลำเหมืองซึ่งผ่านที่นาจำเลยโดยเปิดคันนาจำเลยให้น้ำซึ่งไหลตามธรรมดาจากที่นาจำเลยเข้าไปสู่ที่นาโจทก์จำเลยปิดกั้นคันนาของจำเลยไม่ยอมให้น้ำไหลเข้าสู่ที่นาโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยเปิดคันนาและเรียกค่าเสียหาย เป็นการฟ้องว่าจำเลยใช้สิทธิโดยฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 1339 อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ เมื่อศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าน้ำที่ไหลเข้าที่นาจำเลยไม่ใช่น้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงไปสู่ที่ดินต่ำ มิใช่กรณีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1339 และมิใช่กรณีเป็นการชักน้ำไว้เกินกว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการทำนาของจำเลย ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1355 ฎีกาโจทก์ที่ว่าจำเลยยอมเปิดคันนาให้น้ำไหลผ่านที่นาจำเลยเข้าสู่ที่นาโจทก์เพื่อให้โจทก์ใช้ทำนาติดต่อกันมาเกินกว่า 10 ปี โจทก์ย่อมได้ภารจำยอมโดยอายุความนั้น จึงไม่ตรงกับรูปเรื่องและเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามฎีกาตามป.วิ.พ. มาตรา 249

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1339 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1355

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีที่นาติดกับที่นาของโจทก์ ที่นาของจำเลยติดกับลำเหมืองสาธารณะและสูงกว่าที่นาของโจทก์ การทำนาของโจทก์ทุกปีต้องอาศัยน้ำจากลำเหมืองโดยเปิดน้ำจากลำเหมืองป่านที่นาจำเลยโดยเปิดคันนาจำเลยให้น้ำซึ่งไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงของจำเลยไปสู่ที่ดินของโจทก์ซึ่งเป็นที่ดินต่ำกว่า โดยทำนาในลักษณะนี้ตลอดมาเป็นเวลา ๑๓ ปีแล้ว ปี ๒๕๒๘ จำเลยปิดกั้นคันนาของจำเลยไม่ยอมให้โจทก์เปิดคันนาให้น้ำจากลำเหมืองไหลไปสู่ที่นาของโจทก์โจทก์ทำนาไม่ได้ การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น๓๑,๐๐๐ บาท ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเฉพาะปี พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นเงิน ๓๑,๐๐๐ บาท และปีตอ่ไปปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท จนกว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์เปิดคันนาหรือเปิดลำเหมืองให้น้ำจากลำเหมืองไหลสู่ที่นาของโจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินตามฟ้อง ที่ดินดังกล่าวเป็นของนายไพบิดาโจทก์ซึ่งเป้นพี่ของจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยจำเป็นต้องใช้น้ำในการทำนาไม่มีหน้าที่เปิดน้ำในนาของจำเลยให้แก่ผู้ใด เมื่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินสูงกว่าได้รับน้ำจากลำเหมืองไม่เพียงพอแก่ความจำเป็นในการทำนาของจำเลย การที่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์เปิดคันนาของจำเลยเพื่อระบายน้ำจากนาของจำเลยไปให้โจทก์ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ โจกท์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ค่าเสียหายของโจทก์ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ตั้งรูปคดีมาว่า ที่นาจำเลยสูงกว่าที่นาโจทก์การทำนาของโจทก์ต้องอาศัยน้ำจากลำเหมืองยาวผ่านที่นาจำเลยโดยเปิดคันนาของจำเลยให้น้ำซึ่งไหลตามธรรมดาจากที่นาจำเลยเข้าไปสู่ที่นาโจทก์ซึ่งทำกันในลักษณะนี้ตลอดมาเป็นเวลา ๑๓ ปี แล้วจำเลยปิดกั้นคันนาของจำเลยไม่ยอมให้น้ำไหลเข้าสู่ที่นาโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถใช้น้ำทำนาได้ขอให้จำเลยเปิดคันนาหรือลำเหมืองยาวให้น้ำไหลเข้าสู่ที่นาโจทก์และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย จึงเป็นการฟ้องว่าจำเลยใช้สิทธิโดยฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๙ อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ เมื่อศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า น้ำที่ไหลเข้าที่นาจำเลยไม่ใช่น้ำที่ไหลตามธรรมดาจากที่ดินสูงไปสู่ที่ดินต่ำ ไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๙ และมิใช่กรณีเป็นการชักน้ำไว้เกินกว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการทำนาของจำเลยตามมาตรา ๑๓๕๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่โจทก์ทั้งสี่ฎีกาประการแรกว่าจำเลยยอมเปิดคันนาให้น้ำที่ไหลผ่านที่นาจำเลยเข้าสู่ที่นาโจทก์เพื่อให้โจทก์ใช้น้ำทำนาติดต่อกันมาเป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีโดยมิใช่เป็นความกรุณาเอื้อเฟื้อของจำเลยในฐานะเป็นญาติพี่น้องกัน โจทก์ทั้งสี่ย่อมได้สิทธิภาระจำยอมโดยทางอายุความนั้นจึงเป็นฎีกาที่ไม่ตรงกับรูปเรื่อง ทั้งมิใช่เป็นข้อที่ได้ว่ากล่าวกัมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย และไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาเรื่องค่าเสียหายตามฎีกาประการสุดท้ายของโจทก์ทั้งสี่ต่อไป พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งสี่. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1338/2533 นางเพี้ยม หาญณรงค์ กับพวก โจทก์ นายพิม แผ่จิต จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเพี้ยม หาญณรงค์ กับพวก · จำเลย - นายพิม แผ่จิต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายวรนารถ ภูมิถาวร · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 272/2490ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1959/2529ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา