⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1409/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1409/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อหนี้เป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลมีอำนาจกำหนดให้ลูกหนี้ทั้งสองรับผิดร่วมกันได้ แม้ลูกหนี้เพียงฝ่ายเดียวจะฎีกา 2. ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาของศาลล่างให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ แม้จะเป็นการเกินคำขอของโจทก์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เสียหายเดือน ละ 500 บาท โดย จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดร่วมกันซึ่ง เป็นการชำระหนี้ไม่อาจแบ่งแยกได้ แต่ ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 1 ใช้ ค่าเสียหายเดือน ละ 500 บาท และจำเลยที่ 2ใช้ ค่าเสียหายเดือน ละ 500 บาท จนกว่าจะออกจากที่ดินและบ้านโจทก์โดย มิได้กำหนดให้ร่วมรับผิด ทำให้แต่ ละคนต้อง ใช้ ค่าเสียหายคนละ 500บาท เกินค่าเสียหายจริงของโจทก์ ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ร่วมรับผิดและให้มีผลถึง จำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาด้วย ได้. โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้ ค่าเสียหายนับแต่วันฟ้อง (1 ตุลาคม2527) แต่ ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 1 รับผิดนับแต่วันละเมิดคือวันที่ 13 กันยายน 2527 เป็นการเกินคำขอ ดังนี้ ศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารทำการขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 3 ตำบลลำพญาอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม และออกไปจากที่ดินบางส่วนของโฉนดที่ดินเลขที่ 3979 และ 11572 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหาย เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากบ้านโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านพิพาทจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ 188 หมู่ที่ 3 ตำบลลำพญา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมและออกไปจากที่ดินบางส่วนของโฉนดเลขที่ 3979 และ 11572 ของโจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 500 บาทตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะออกไปจากบ้านและที่ดินโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ500 บาท ตั้งแต่วันฟังคำพิพากษาเป็นต้นไป จนกว่าจะออกไปจากบ้านและที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ส่วนค่าเสียหายของโจทก์มีเพียงเดือนละ 500 บาทดังที่ศาลชั้นต้นฟังมาซึ่งจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดร่วมกัน เป็นการชำระหนี้ไม่อาจแบ่งแยกได้ ดังนั้นที่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 500 บาทนับตั้งแต่วันที่ 13กันยายน 2527 ซึ่งเป็นวันละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากบ้านและที่ดินโจทก์ และจำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายเดือนละ 500 บาทนับแต่วันฟังคำพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากที่ดินและบ้านโจทก์เห็นได้ว่าในช่วงที่จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์ เมื่อศาลล่างทั้งสองมิได้กำหนดให้ร่วมกันรับผิด ก็มีผลเป็นว่าแต่ละคนต้องใช้ค่าเสียหายคนละ 500 บาท เกินค่าเสียหายจริงของโจทก์คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้ไม่ถูกต้อง ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ร่วมกันรับผิด และให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาด้วยได้ นอกจากนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแต่วันฟ้อง (1 ตุลาคม 2527) แต่ศาลล่างทั้งสองให้จำเลยที่ 1 รับผิดแต่วันละเมิดคือวันที่ 13กันยายน 2527 เป็นการเกินคำขอ ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้ถูกต้องโดยให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแต่วันฟ้องเป็นต้นไป" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 รับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 500 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไป โดยให้จำเลยที่ 2ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวตั้งแต่วันฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นต้นไป นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1409/2533 นายแพทย์ สม หมาย วิไลรัตน์ โจทก์ นาย พ ยอม ถาวร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายแพทย์ สม หมาย วิไลรัตน์ · จำเลย - นาย พ ยอม ถาวร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ก้าน อันนานนท์ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ