⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 173/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยนำความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนเพื่อแกล้งให้โจทก์รับโทษทางอาญา โดยระบุเวลาสถานที่และลักษณะการกระทำพอสมควร ถือว่าเพียงพอตามกฎหมายแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 ถึง 6 มีนาคม 2528 เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยนำความเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ ว่าโจทก์ทำร้ายร่างกายจำเลยและชิงทรัพย์คือสร้อยคอทองคำขาว 1 เส้น พร้อมจี้เพชรของจำเลยเพื่อแกล้งให้โจทก์รับโทษทางอาญา โดยระบุว่าความจริงเป็นอย่างไร โจทก์ไม่จำต้องระบุในฟ้องว่าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ใดก็สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ และลักษณะของการกระทำผิดในคดีนี้ปรากฏว่าจำเลยแจ้งความ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกันใน 2 วันดังกล่าว ทั้งเป็นการกล่าวแสดงเจตนาของจำเลยในตัวว่า จำเลยทราบแล้วว่าความจริงไม่เป็นดังที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวน ฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 ประมวลกฎหมายอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕-๖ มีนาคม ๒๕๒๘ เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ว่า โจทก์ทำร้ายร่างกายจำเลยและชิงทรัพย์คือ สร้อยคอทองคำขาวหนัก ๑ บาท ๑ เส้นกับจี้เพชรรวมราคา ๕๐,๐๐๐ บาท ของจำเลยไป ความจริงแล้วในวันที่ ๕มีนาคม ๒๕๒๘ เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ นาฬิกา โจทก์ไปทวงเงินค่ารับเหมาจากจำเลย จำเลยไม่ยอมชำระ กลับทำร้ายร่างกายโจทก์แล้วไปแจ้งความเท็จแก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ว่าโจทก์ชิงทรัพย์เพื่อแกล้งโจทก์ให้ได้รับโทษทางอาญา พนักงานสอบสวนควบคุมตัวโจทก์ไว้ดำเนินคดีข้อหาชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้โจทก์ต้องถูกขังอยู่ที่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ ตั้งแต่วันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๒๘ ถึงวันที่ ๑๒มีนาคม ๒๕๒๘ รวม ๗ วัน และถูกพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีอีก โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการหาหลักทรัพย์มาประกันตัวและต้องเสียชื่อเสียง ภายหลังพนักงานอัยการ กรมอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องโจทก์ เหตุเกิดที่แขวงบุคคโล เขตธนบุรีกรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๑๗๒,๑๗๓, ๑๗๔ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๓ จำคุก ๖ เดือน คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ ถึง ๖มีนาคม ๒๕๒๘ เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยได้นำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ว่า โจทก์ทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์คือสร้อยคอทองคำขาว ๑ เส้นพร้อมจี้เพชรของจำเลยไปโดยไม่ระบุให้แน่ชัดว่าวันเวลาใดแน่ และใครเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งความ ทั้งไม่มีข้อความว่าจำเลยทราบว่ามิได้มีความผิดจริง แต่ก็ยังแจ้งความเท็จดังกล่าว อันเป็นองค์ประกอบของความผิด เห็นว่าตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้แล้วว่าเมื่อวันที่ ๕ ถึง ๖ มีนาคม ๒๕๒๘ เวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกันเป็นวันที่จำเลยแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งลักษณะของการกระทำผิดในคดีนี้ ปรากฏว่าจำเลยแจ้งความ ๒ ครั้งต่อเนื่องกันใน ๒ วันดังกล่าว ส่วนพนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งความเป็นผู้ใดโจทก์ไม่จำต้องระบุในฟ้องก็สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้นอกจากนี้ฟ้องโจทก์ยังระบุว่าจำเลยแจ้งความเท็จก็เพื่อแกล้งให้โจทก์รับโทษในทางอาญา อันเป็นการกล่าวแสดงเจตนาของจำเลยในตัวว่าจำเลยทราบแล้วว่าความจริงไม่เป็นดังที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔ ฟ้องโจทก์ได้บรรยายการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่พอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) แล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ส่วนข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเจตนาแจ้งความเท็จจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๓ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2533 นางลั้ง แซ่เตียว โจทก์ นางสุนีรัตน์ ศรีธนสกุลชัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลั้ง แซ่เตียว · จำเลย - นางสุนีรัตน์ ศรีธนสกุลชัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นางสาววันทนี กีรติพิบูล · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญอินทร์ ส่งเสริมสกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา