คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2049/2533
พ.ร.บ.การพนัน ม.4, 5, 6 ฯลฯ · ป.อาญา ม.56
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพนันสลากกินรวบเป็นอบายมุขที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของชาติ การกระทำความผิดฐานสลากกินรวบหลายรายการถือว่าไม่ใช่ผู้เล่นรายย่อย จึงไม่สมควรแก่การรอการลงโทษ และเมื่อศาลไม่ได้ลงโทษปรับ จึงไม่อาจสั่งให้จ่ายสินบนนำจับได้
ย่อคำพิพากษา
การพนันสลากกินรวบเป็นสิ่งที่มอมเมาประชาชน และเป็นอบายมุขที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของชาติบ้านเมืองสมควรแก่การกำราบปราบปรามมิให้มีการเล่นอีกต่อไป เจ้าพนักงานจับจำเลยได้ พร้อมด้วย สมุด จดหมายเลขสลากกินรวบ 2 เล่ม แต่ ละเล่มจดรายการเล่นการพนันดังกล่าวหลายรายการ ถือ ไม่ ได้ ว่าจำเลยเป็นผู้เล่นรายย่อย จึงยังไม่สมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกจำเลย เมื่อศาลไม่ได้ลงโทษปรับจำเลย จึงไม่อาจสั่งให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 พระราชบัญญัติการพนัน ม.4 พระราชบัญญัติการพนัน ม.5 พระราชบัญญัติการพนัน ม.6 พระราชบัญญัติการพนัน ม.10 พระราชบัญญัติการพนัน ม.12 พระราชบัญญัติการพนัน ม.15 🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ริบของกลาง และจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนันพ.ศ. 2478 มาตรา 4, 5, 6, 10, 12, 15 ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ5,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาทโทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 2 เดือน โดยไม่ปรับและไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงประการเดียวว่า กรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกจำเลยหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพนันสลากกินรวบเป็นสิ่งที่มอมเมาประชาชนและเป็นอบายมุขที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจของชาติบ้านเมืองสมควรแก่การกำราบปราบปรามมิให้มีการเล่นอีกต่อไป ปรากฏว่าเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยสมุดจดหมายเลขสลากกินรวบ 2 เล่มแต่ละเล่นจดรายการเล่นการพนันดังกล่าวหลายรายการด้วยกัน เป็นของกลาง จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้เล่นรายย่อยดังที่จำเลยฎีกาส่วนที่จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน และมีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรซึ่งยังเล็กอยู่ถึง 2 คน หากต้องโทษจำคุกแล้วครอบครัวของจำเลยจะได้รับความลำบากนั้น ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่ศาลฎีกาจะรอการลงโทษจำคุกจำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โดยคงให้จำเลยจ่ายเงินสินบนนำจับนั้น เห็นว่าเมื่อศาลไม่ได้ลงโทษปรับจำเลยแล้ว จึงไม่อาจสั่งให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยจ่ายสินบนแก่ผู้นำจับเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2049/2533
พนักงานอัยการ จังหวัด นครราชสีมา โจทก์
นาย ทวี พา แก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครราชสีมา · จำเลย - นาย ทวี พา แก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กู้เกียรติ สุนทรบุระ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สุวรรณ ตระการพันธุ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ