⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2070/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2070/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ แม้ปริมาณน้อยและจำเลยให้การรับสารภาพ ก็ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุก หากการกระทำนั้นเป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำความผิดถึง 2 กระทง คือจำหน่ายกัญชาซึ่ง เป็นยาเสพติดให้โทษและมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นภัยต่อ สังคมอย่าง ร้ายแรง แม้กัญชาทั้งหมดจะมีน้ำหนักเพียง 5 กรัมและแม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ก็ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีกัญชาแห้ง 4 ห่อ น้ำหนัก 5 กรัม และได้จำหน่ายกัญชานั้นไป 2 ห่อ หนัก 2.50 กรัม ในราคา 20 บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7,8, 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ริบกัญชาของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ลงโทษฐานมีกัญชาไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ปรับ 20,000บาท ฐานจำหน่ายกัญชา จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ปรับ 20,000 บาทจำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปีปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี ของกลางริบ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 75 วรรคแรก และมาตรา 76 วรรคสองไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษแก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีอาชีพค้าขายยาเสพติดให้โทษมาก่อน เพิ่งกระทำผิดคดีนี้เป็นครั้งแรก สมควรรอการลงโทษให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยกระทำความผิดถึง 2 กระทง คือ จำหน่ายกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษและมีกัญชาไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นภัยต่อสังคมอย่างร้ายแรง แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นก็ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้ว ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยตามที่จำเลยขอได้ ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2070/2533 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ปากพนัง โจทก์ นาย สมัย คำ แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด ปากพนัง · จำเลย - นาย สมัย คำ แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 4380/2542ฎีกา 4042/2547ฎีกา 5509/2549ฎีกา 3576/2536ฎีกา 1594/2523ฎีกา 4018/2542ฎีกา 2994/2540ฎีกา 5093/2548ฎีกา 9575/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ