⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2074/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2074/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว หากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งย่อมมีสิทธิขอให้ศาลบังคับคดีตามคำพิพากษาเดิมได้ทันที เว้นแต่สัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจะตกเป็นโมฆะเนื่องจากกลฉ้อฉล เจตนาลวง หรือการนิ่งเสียไม่แจ้งข้อความจริง

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ และจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้วนั้น โจทก์ย่อมขอให้ศาลบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองได้ทันที เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์เพราะกลฉ้อฉลเจตนาลวง หรือจงใจนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงของจำเลยที่ 2 และโจทก์อันจะเป็นผลให้สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างจำเลยที่ 1 กับโจทก์ตกเป็นโมฆะแล้วคดีจึงไม่มีเหตุสมควรที่ศาลจะให้งดการบังคับคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๑ ได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลชั้นต้นขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วหากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชนะคดีโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับคดีนี้แก่จำเลยที่ ๑ อีกต่อไป ฉะนั้น จึงขอให้ศาลชั้นต้นสั่งงดการบังคับคดีไว้เพื่อรอฟังคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๙๒(๒) ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาว่ามีเหตุสมควรที่จะให้งดการบังคับคดีไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๙๒(๒) หรือไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ และจำเลยทั้งสองมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้ว เห็นว่าโจทก์ย่อมขอให้ศาลบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองได้ทันที จำเลยที่ ๑ อ้างว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ก็เพราะจำเลยที่ ๑ ไม่ทราบว่า โจทก์ได้รับชำระหนี้รายเดียวกับหนี้ในคดีนี้ไปแล้ว หากจำเลยที่ ๑ ทราบ ก็จะไม่ทำยอมกับโจทก์นั้น เห็นว่าเป็นข้ออ้างของจำเลยที่ ๑ เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ไม่ได้ยอมรับตามข้ออ้างของจำเลยที่ ๑ด้วย และยังเป็นคดีโต้เถียงกันอยู่ จึงไม่พอฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ทำยอมในคดีนี้เพราะกลฉ้อฉล เจตนาลวง และจงใจนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงของจำเลยที่ ๒ และโจทก์อันจะเป็นผลให้สัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนี้ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับโจทก์ตกเป็นโมฆะตามจำเลยกล่าวอ้าง ดังนั้นข้ออ้างของจำเลยที่ ๑ ตามคำร้องจึงยังไม่มีเหตุสมควรที่ศาลจะให้งดการบังคับคดีไว้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2074/2533 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด โจทก์ นายบุญส่ง หงษ์มณี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด · จำเลย - นายบุญส่ง หงษ์มณี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุม สุกแสงเปล่ง · สวิน อักขรายุธ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี · ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 6789/2541ฎีกา 3996/2541ฎีกา 5610/2548ฎีกา 5801/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 3581/2538ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 945/2504ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 1763/2551ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1646/2519ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 161/2507ฎีกา 1818/2543ฎีกา 1591/2495ฎีกา 82/2512ฎีกา 7907/2551ฎีกา 3053/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา