⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2104/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2533

ป.อาญา ม.78, 185

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบตัวต่อเจ้าพนักงานและการเบิกความรับว่าอยู่ในเหตุการณ์แต่ต้นจนถึงเวลาเกิดเหตุ ถือเป็นการลุแก่โทษและให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานหลังเกิดเหตุเป็นเวลาเดือนเศษ และแม้จะไม่ให้การเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในชั้นสอบสวน แต่ในชั้นศาลจำเลยก็เบิกความรับว่าอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงเวลาเกิดเหตุ เพียงแต่ปฏิเสธว่ามิใช่เป็นคนยิงเท่านั้น การมอบตัวและเบิกความดังกล่าวเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษตาม ป.อ. มาตรา 78.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.185

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.185 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ให้จำคุกตลอดชีวิต ข้อห้าอื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยยกขึ้นฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ศาลควรลงโทษให้เบาลงเพราะจำเลยอายุยังน้อยเพื่อให้จำเลยมีโอกาสต่อไปในอนาคตและควรลดโทษให้จำเลย เนื่องจากจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนอันเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ข้อนี้เห็นว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วางโทษจำเลยเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว แต่เห็นว่าจำเลยได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานหลังเกิดเหตุเป็นเวลาเดือนเศษ และแม้จะไม่ให้การเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในชั้นสอบสวนแต่ในชั้นศาลจำเลยก็เบิกความรับว่าอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงเวลาเกิดเหตุ เพียงแต่ปฏิเสธว่ามิใช่เป็นคนยิงเท่านั้น การมอบตัวและเบิกความดังกล่าวจึงเป็นการลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษสมควรลดโทษให้จำเลลย..." พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยลุแก่โทษต่อเจ้าพนักงานและให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ปรานีลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกไว้มีกำหนด 33 ปี 4 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด กระบี่ โจทก์ นาย วิโรจน์ บุญเดช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด กระบี่ · จำเลย - นาย วิโรจน์ บุญเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประจักษ์ พุทธิสมบัติ · เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 335/2563ฎีกา 6830/2544ฎีกา 6936/2562ฎีกา 7019/2549ฎีกา 4/2508ฎีกา 7998/2561ฎีกา 2365/2563ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 4022/2558ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 1854/2563ฎีกา 2962/2523ฎีกา 512/2559ฎีกา 5048/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 7149/2558ฎีกา 6416/2541ฎีกา 647/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ