⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2317/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2317/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขับไล่บุคคลในกรณีอื่นออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจำเลยต่อสู้โดยอ้างสิทธิของบุคคลภายนอก ถือเป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ และคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งห้าบุกรุก เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลในกรณีอื่นออกจากอสังหาริมทรัพย์ ไม่ปรากฏว่าขณะยื่นฟ้องที่ดินโจทก์จะให้เช่าได้เกิดเดือนละ 5,000 บาท และจำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของ ฉ.จำเลยทั้งห้าครอบครองโดยอาศัยสิทธิฉ. ซึ่งถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคสอง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นน้องของโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นบุตรของโจทก์ โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน 1 แปลงเนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 6 ตำบลท่าเยี่ยมอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยบิดามารดายกให้เมื่อประมาณ40 ปีมานี้ โจทก์ได้เข้าก่อสร้างและครอบครองที่ดินอย่างเป็นเจ้าของตลอดมาโดยสงบและเปิดเผย เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2528 จำเลยที่ 1 ได้บุกรุกเข้าไปทำนาด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปทำนาทางด้านทิศตะวันตกเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ โจทก์ห้ามปรามแล้วจำเลยทั้งห้าไม่เชื่อฟัง ขอให้จำเลยทั้งห้าและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์และส่งมอบที่ดินให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามเกี่ยวข้องต่อไป จำเลยทั้งสองสำนวนให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่พิพาทตามฟ้อง ที่ดินที่โจทก์อ้างตามฟ้องเป็นของนายโฉม แคลนกระโทกซึ่งเป็นบิดาของโจทก์และจำเลยที่ 1 นายโฉมไม่เคยยกที่ดินแปลงนี้ให้แก่ผู้ใด จำเลยทั้งห้าเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาประมาณ 10 ปีเศษแล้วโดยอาศัยสิทธิของนายโฉม เมื่อประมาณต้นปี 2528นายโฉมต้องการจะแบ่งที่ดินให้แก่ลูก ๆ โดยยกให้โจทก์ 30 ไร่โจทก์ไม่พอใจ จึงฟ้องคดีนี้ ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันที่มีการแบ่งการครอบครอง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ถึงแก่กรรมนางเหรียญ แคลนกระโทก ภริยายื่นคำร้องขอรับมรดกความ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์ อ้างว่าจำเลยทั้งห้าบุกรุกเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลในกรณีอื่นออกจากอสังหาริมทรัพย์ไม่ปรากฏว่าขณะยื่นฟ้องที่ดินโจทก์อาจให้เช่าได้เกินเดือนละ 5,000 บาท และจำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้เช่นเดียวกันว่า ที่พิพาทเป็นของนายโฉม แคลนกระโทก จำเลยทั้งห้าครอบครองโดยอาศัยสิทธินายโฉม ซึ่งถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ฎีกาของโจทก์ที่โต้เถียงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์และจำเลยทั้งห้าเข้าแย่งการครอบครองยังไม่เกิน 1 ปีนั้น เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2317/2533 นาย สี แคลนกระโท ก โจทก์ นาย สวัสดิ์ แคลนกระโทก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สี แคลนกระโท ก · จำเลย - นาย สวัสดิ์ แคลนกระโทก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ