⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2391/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2391/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพิ่มขึ้นจากเดิม ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และหากทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน 50,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ 7,500 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 44,067 บาทตามฟ้องเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน50,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เช่าซื้อรถยนต์โจทก์ไป ๑ คัน โดยมีจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ สัญญาจึงเลิกกัน ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าเสียหายทั้งสิ้น ๔๔,๐๖๗ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๘ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินไป โจทก์สามารถบังคับให้จำเลยที่ ๑ ชำระหนี้ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน ๗,๕๐๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๑ มกราคม๒๕๓๐ จนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๔๔,๐๖๗ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์ ๗,๕๐๐ บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะในเรื่องค่าเสียหายเป็นว่าให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๔๔,๐๖๗ บาท ตามฟ้อง เช่นนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่เพียงเล็กน้อยและทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกินห้าหมื่นบาท จำเลยที่ ๓ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยที่ ๓ โดยเห็นว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากนั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ ๓ พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ ๓. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2391/2533 บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด โจทก์ นางสาวพรรณี นิกรพจน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลคอร์ปอเรชั่น จำกัด · จำเลย - นางสาวพรรณี นิกรพจน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สวิน อักขรายุธ · ปรีชา ธนานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา