⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2394/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง เว้นแต่คู่สมรสฝ่ายที่ฟ้องจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินที่ฟ้องนั้นมิใช่สินสมรส หรือเป็นสินสมรสที่ตนมีสิทธิจัดการได้โดยลำพัง.

ย่อคำพิพากษา

การที่หญิงมีสามีฟ้องคดีนั้นหาจำต้องได้รับอนุญาตจากสามีเสียก่อนทุกกรณีไม่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดฟ้องคดีต้องได้รับอนุญาตจากอีกฝ่ายหนึ่งก็เฉพาะการฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทั้งสองฝ่ายต้องจัดการร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1476 เท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีเป็นการฟ้องเกี่ยวกับสินสมรสที่โจทก์กับสามีต้องจัดการร่วมกันจึงไม่มีประเด็นข้อโต้เถียงว่าทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องเป็นสินสมรสหรือไม่ โจทก์ย่อมฟ้องได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามีก่อน.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1477

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้นางมะลิวัลย์ต่อมานางมะลิวัลย์ ได้สลักหลังโดยแลกเงินสดไปจากโจทก์ เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดแล้ว โจทก์ได้นำไปแสดงต่อจำเลยเพื่อให้ใช้เงิน แต่จำเลยไม่ใช้ให้ ขอให้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้นางมะลิวัลย์จริง ต่อมานางมะลิวัลย์ เป็นลูกหนี้จำเลยจำนวนหนึ่ง เมื่อครบกำหนดเวลาใช้เงิน นางมะลิวัลย์ ก็มิได้ติดต่อกับจำเลย ลายมือชื่อสลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นลายมือชื่อปลอม หากฟังว่าเป็นการโอนตั๋วสัญญาใช้เงินกันจริงก็เป็นการโอนโดยคบคิดกันฉ้อฉลระหว่างโจทก์กับนางมะลิวัลย์ นอกจากนั้นโจทก์เป็นหญิงมีสามีแต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาแต่เพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ เห็นว่ากฎหมายมิได้บัญญัติว่าถ้าหญิงมีสามีฟ้องคดี จะต้องได้รับอนุญาตจากสามีเสียก่อนทุกกรณี คู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดฟ้องคดีต้องได้รับอนุญาตจากอีกฝ่ายหนึ่งก็เฉพาะการฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรส ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทั้งสองฝ่ายต้องจัดการร่วมกันตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๗๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๙ สำหรับคดีนี้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นการฟ้องกับสินสมรสที่โจทก์กับสามีต้องจัดการร่วมกันตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าว จึงไม่มีประเด็นข้อโต้เถียงว่าทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องเป็นสินสมรสหรือไม่ โจทก์ย่อมฟ้องคดีนี้ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามีเสียก่อน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2533 นางสมบูรณ์ เชาว์เจริญรัตน์ โจทก์ บริษัทธำรงค์ศักดิ์ธุรกิจ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมบูรณ์ เชาว์เจริญรัตน์ · จำเลย - บริษัทธำรงค์ศักดิ์ธุรกิจ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · สวิน อักขรายุธ · ชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4300/2543ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 6193/2551ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2159/2556ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา