⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2395/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทรัพย์สินที่ขายฝากถูกทำลายไปทั้งหมดก่อนมีการบังคับคดี โจทก์จึงไม่อาจฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากทรัพย์สินนั้นได้อีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขายฝากบ้านพิพาทไว้แก่โจทก์แล้วไม่ไถ่คืนภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ แต่เมื่อบ้านพิพาทถูกเพลิงไหม้หมดไปแล้ว จึงไม่มีบ้านที่จะให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกไปตามที่โจทก์ขอได้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายฝากบ้านพิพาทซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้แก่โจทก์ แต่ตามคำฟ้องมิได้กล่าวอ้างว่าโจทก์ได้สิทธิการเช่าที่ดินดังกล่าวการที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยได้โอนสิทธิการเช่าที่ดินซึ่ง บ้านพิพาทปลูกอยู่ให้แก่บุตรจำเลยอันเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตเพื่อหลีกเลี่ยงการครอบครองของโจทก์นั้น เป็นการฎีกานอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายฝากบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้แก่โจทก์ โดยโจทก์ยินยอมให้จำเลยและบริวารครอบครองอยู่อาศัยตลอดมาจนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาแล้วจำเลยไม่ไถ่คืน ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านของโจทก์ จำเลยให้การว่า บ้านตามสัญญาขายฝากได้ถูกเพลิงไหม้ทั้งหลังต้นเพลิงเกิดจากบ้านข้างเคียง การสูญเสียจึงตกเป็นภัยแก่โจทก์ปัจจุบันสิทธิการเช่าที่ดินเป็นของผู้อื่นจำเลยมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ ๒๒๐๕/๓๖ ถนนเจริญนคร แขวงบางลำภูล่างเขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร และให้จำเลยส่งมอบการครอบครองบ้านให้กับโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกต่อไปกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความอีก ๕๐๐ บาทแทนโจทก์ด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลยโดยกำหนดค่าทนายความรวม๑,๐๐๐ บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ขายฝากบ้านพิพาทไว้แก่โจทก์แล้วไม่ไถ่ถอนคืนภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ จำเลยหมดสิทธิที่จะไถ่ถอนคืนบ้านพิพาทซึ่งเป็นของโจทก์ได้ถูกเพลิงไหม้จริง ตามสภาพของบ้านพิพาทที่ถูกเพลิงไหม้ดังกล่าวย่อมไม่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ต่อไปและไม่อาจที่จะซ่อมแซมเพื่อเข้าอยู่อาศัยได้นอกจากจะรื้อซากทิ้งแล้วปลูกสร้างบ้านอื่นใหม่ทั้งหลัง ถือได้ว่าบ้านพิพาทถูกเพลิงไหม้หมดไปแล้ว จึงไม่มีบ้านที่จะให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกไปตามที่โจทก์ขอได้ส่วนที่โจทก์ฎีกาต่อไปว่าจำเลยได้โอนสิทธิการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งบ้านพิพาทปลูกอยู่ให้แก่นายศักดา รักประดิษฐ์ บุตรของจำเลยหลังจากบ้านพิพาทถูกเพลิงไหม้แล้ว อันเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตเพื่อหลักเลี่ยงการครอบครองของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะให้การต่อสู้คดีไว้ด้วยว่าปัจจุบันสิทธิการเช่าที่ดินเป็นของผู้อื่นไปแล้วก็ตามแต่ตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าตนได้สิทธิการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ประการใด กรณีเป็นการนอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่เป็นประเด็นในคดีนี้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยไม่ยื่นคำแก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2395/2533 สิบตรีสว่าง ศรีชัยศิริเวช โจทก์ นายควง รักประดิษฐ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สิบตรีสว่าง ศรีชัยศิริเวช · จำเลย - นายควง รักประดิษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายดิลก ธีรเนตร · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 2439/2531ฎีกา 99/2541ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1479/2526ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512ฎีกา 8444/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา