คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยจะฎีกาว่าตนจะต้องรับผิดน้อยกว่าที่เคยให้การรับไว้ในศาลชั้นต้นนั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่โจทก์จำนวน 57,508.20 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับว่าจำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์อยู่จำนวน 38,464.76 บาท จึงมีประเด็นข้อพิพาทกันแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์เกินกว่าจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสองให้การรับไว้หรือไม่ จำเลยที่ 1จะฎีกาว่าจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ จำนวน 15,144.66 บาทซึ่งต่ำกว่าที่จำเลยทั้งสองให้การรับไว้ไม่ได้ เพราะมิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249 วรรคแรก.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินค่าซื้อสินค้าพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การในทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ซื้อสินค้าจากโจทก์หลายครั้ง มีการชำระค่าสินค้าด้วยเงินสดและเช็ค บางครั้งนำสินค้าที่ซื้อไปแล้วมาคืนโจทก์ครั้งสุดท้ายเมื่อหักบัญชีกัน จำเลยที่ 1 คงเป็นหนี้โจทก์คิดเป็นเงิน 38,464.76 บาท จำเลยที่ 1 จะรับผิดไม่เกินจำนวนดังกล่าวจำเลยที่ 1 ไม่เคยได้รับหนังสือทวงถามจากโจทก์ โจทก์ยอมผ่อนเวลาให้แก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน62,788.20 บาท (ที่ถูก 62,738.20 บาท) พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน33,463.76 บาท พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยที่ 1 ฎีกา ให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์จำนวน15,144.66 บาท
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ค่าสินค้าให้แก่โจทก์จำนวน 57,508.20 บาท เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับแล้วว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์อยู่จำนวน 38,464.76 บาทจึงมีประเด็นข้อพิพาทกันแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์เกินกว่าจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสองให้การรับไว้หรือไม่ จำเลยที่ 1 จะมีฎีกาว่าจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดต่อโจทก์จำนวน 15,144.66บาท ซึ่งต่ำกว่าที่จำเลยทั้งสองให้การรับไว้ไม่ได้ เพราะมิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ส่วนในข้อที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์จำนวนเงิน 33,463.76 บาท แม้ต่ำกว่าที่จำเลยทั้งสองให้การรับไว้ แต่ไม่มีฝ่ายใดฎีกาในปัญหาข้อนี้ขึ้นมา แสดงว่าโจทก์พอใจที่จะให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ให้โจทก์เพียงเท่านั้น ศาลฎีกาจึงไม่เห็นสมควรจะแก้ไขความรับผิดของจำเลยทั้งสอง แต่คงให้รับผิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"
พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 3 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้จำเลยที่ 1.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2533
บริษัท ซีซี ดิสตริมิวชั่น จำกัด โจทก์
นาง วชิรา ศีลแดน จันทร์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท ซีซี ดิสตริมิวชั่น จำกัด · จำเลย - นาง วชิรา ศีลแดน จันทร์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ