⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2550/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์แก้โทษจำคุกจำเลยให้ลดลงแต่ไม่เกินกระทงละ 5 ปี ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ถือเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 กระทง กระทงละ 3 ปีรวมจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โดยระบุวรรคของบทกฎหมายที่ยกขึ้นปรับลงโทษจำเลยเสียให้ชัดเจน และแก้โทษเป็นจำคุกกระทงละ 2 ปี รวมเป็นจำคุก 4 ปี เป็นการแก้ไขเล็กน้อย โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินกระทงละ 5 ปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาจำเลยที่ว่า พยานโจทก์มีพิรุธ ขัดแย้งกันเองฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗, ๑๑, ๖๙, ๗๓, ๗๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ และริบไม้ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗, ๑๑, ๖๙, ๗๓ เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุกกระทงละ ๓ ปี รวมเป็นจำคุก ๖ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙ วรรคสอง (๑), ๗๓ วรรคสอง (๑) วางโทษจำคุกกระทงละ ๒ ปี รวมเป็นจำคุก ๔ ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในฐานความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ ๒ กระทง กระทงละ ๓ ปี รวมจำคุก ๖ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โดยระบุวรรคของบทกฎหมายที่ยกขึ้นปรับลงโทษจำเลยเสียให้ชัดเจน และแก้โทษเป็นจำคุกกระทงละ ๒ ปีรวมจำคุก ๔ ปี ดังนี้ เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อย โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้ามปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ฎีกาของจำเลยที่ว่าพยานโจทก์มีพิรุธขัดแย้งกันเอง ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้นล้วนแล้วแต่โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้น แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรับฎีกาของจำเลย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2533 พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายสกลชัย นิลดำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย · จำเลย - นายสกลชัย นิลดำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายปรัชญา โกไศยกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 1588/2479ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 10648/2554ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 540/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา