คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3349/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลแรงงานมีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรงและทุจริตต่อหน้าที่ แม้ข้อเท็จจริงดังกล่าวจะเป็นประเด็นเดียวกันกับคดีอาญาที่อยู่ระหว่างการพิจารณา หรือได้มีคำพิพากษาแล้วก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
คดีแรงงานโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือให้รับกลับเข้าทำงาน ตามกฎหมายแรงงาน กับเรียกร้องเงินทุนเลี้ยงชีพตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หาใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือทรัพย์สินหรือราคาที่สูญหายไปเนื่องจากการกระทำผิดอาญาไม่ แม้โจทก์ถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานทุจริตยักยอกทรัพย์ของจำเลยซึ่งเป็นข้อหาเดียวกันกับที่จำเลยอ้างเป็นเหตุในการเลิกจ้างโจทก์ ก็ไม่ทำให้คดีนี้กลายเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลแรงงานกลางมีอำนาจรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทุจริตยักยอกเงินของจำเลยอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรงและทุจริตต่อหน้าที่ โดยไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานฐานทุจริตต่อหน้าที่โดยยักยอกเงินของจำเลย ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากไม่สามารถปฏิบัติได้ให้ใช้ค่าเสียหาย กับให้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินทุนเลี้ยงชีพให้แก่โจทก์
จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะทุจริตยักยอกเงินของจำเลยอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่และผิดวินัยอย่างร้ายแรง ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีคงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาซึ่งศาลแรงงานกลางจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๘๑/๒๕๓๐ ของศาลจังหวัดสวรรคโลกหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างฟ้องจำเลยผู้เป็นนายจ้างเรียกค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือขอให้รับกลับเข้าทำงานตามกฎหมายแรงงานกับเรียกร้องเงินทุนเลี้ยงชีพตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหาใช่เป็นการฟ้องเรียกค่าเสียหายหรือทรัพย์สินหรือราคาที่สูญหายไปเนื่องจากการกระทำผิดอาญาไม่ แม้โจทก์ถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานทุจริตยักยอกทรัพย์ของจำเลยซึ่งเป็นข้อหาเดียวกันกับที่จำเลยอ้างเป็นเหตุในการเลิกจ้างโจทก์ ก็ไม่ทำให้คดีนี้ซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินต่าง ๆ ตามกฎหมายแรงงานและตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกลายเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาไปได้ ศาลแรงงานกลางจึงมีอำนาจรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทุจรริตยักยอกเงินของจำเลย อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรงและทุจริตต่อหน้าที่ ไม่จำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๘๑/๒๕๓๐ ของศาลจังหวัดสวรรคโลกตามที่โจทก์อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3349/2533
นายวินิจ สุวรรณตระกูล โจทก์
ธนาคารกรุงไทย จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายวินิจ สุวรรณตระกูล · จำเลย - ธนาคารกรุงไทย จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · เคียง บุญเพิ่ม · ปรีชา ธนานันท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายปัญญา สุทธิบดี · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา