⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3508/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3508/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลรับฟังพยานบอกเล่าได้ แต่ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบเพื่อลงโทษจำเลย และการรับฟังพยานหลักฐานใดเป็นการเพียงพอเป็นดุลยพินิจของศาล.

ย่อคำพิพากษา

ศาลรับฟังพยานบอกเล่าได้ไม่ต้องห้าม แต่มีน้ำหนักน้อยต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบจึงจะรับฟังลงโทษจำเลยได้ การที่จะรับฟังพยานหลักฐานใดเป็นการเพียงพอลงโทษได้หรือไม่เป็นดุลยพินิจของศาล จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบได้ความว่า จำเลยก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการจ้าง วาน ใช้ ไม่ใช่จำเลยร่วมเป็นตัวการด้วย แต่ศาลล่างทั้งสองกลับฟังว่าจำเลยเป็นตัวการ ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ เป็นฎีกาเพื่อให้ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะการปรับบทลงโทษโดยระบุวรรคของมาตราที่ลงโทษให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันผลิตโดยปลูกกัญชาจำนวน ๗๐๐ ต้น น้ำหนัก ๑๓๓ กิโลกรัม และมีกัญชาจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๒๖, ๗๕, ๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยผลิตโดยปลูกกัญชาและมีกัญชาดังกล่าวในครอบครองเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันวางโทษจำคุก ๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๔ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะการปรับบทลงโทษโดยระบุวรรคตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ชัดเจนขึ้นเป็นมาตรา ๗๕ วรรคแรก, ๗๖ วรรคสอง และให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕ วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า พยานโจทก์สามปากเป็นพยานที่ได้รับคำบอกเล่าซัดทอดมาจากผู้กระทำผิดตามฟ้องกับจำเลยว่า ถูกจำเลยใช้ให้ปลูกกัญชาตามฟ้อง จึงรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ เพราะเป็นพยานบอกเล่าประเภทต้องห้ามมิให้รับฟัง แต่ศาลล่างทั้งสองกลับรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยจึงขัดต่อกฎหมาย เห็นว่า ศาลรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามให้ศาลรับฟัง หากเพียงแต่มีน้ำหนักน้อย ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบจึงจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยได้ เมื่อคดีนี้พยานโจทก์มิได้มีเฉพาะคำเบิกความของพยานทั้งสามปากดังกล่าวเท่านั้นแต่ยังมีพยานอื่นอีก ดังนี้จึงไม่ทำให้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองที่ฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องเปลี่ยนแปลงไป เพราะการที่จะรับฟังพยานหลักฐานใดเป็นการเพียงพอดังลงโทษได้หรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกามาอีกข้อหนึ่งว่า การกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบได้ความว่าจำเลยก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการจ้าง วาน ใช้ ไม่ใช่จำเลยร่วมเป็นตัวการด้วย แต่ศาลล่างทั้งสองกลับฟังว่าจำเลยเป็นตัวการ ดังนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๔ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๔ ปีเช่นเดียวกัน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็เพื่อให้ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3508/2533 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นางสมวงศ์ จ้อยสองสี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · ล. - นางสมวงศ์ จ้อยสองสี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ก้าน อันนานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยโรช กฤษณะโลม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1148/2534ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 435/2535ฎีกา 540/2485ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 3361/2536ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา