⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3508/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3508/2533

ป.วิ.อาญา ม.218, 226, 227

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลรับฟังพยานบอกเล่าได้ แต่ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบเพื่อลงโทษจำเลย และการรับฟังพยานหลักฐานใดเป็นการเพียงพอเป็นดุลยพินิจของศาล.

ย่อคำพิพากษา

ศาลรับฟังพยานบอกเล่าได้ไม่ต้องห้าม แต่มีน้ำหนักน้อยต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบจึงจะรับฟังลงโทษจำเลยได้ การที่จะรับฟังพยานหลักฐานใดเป็นการเพียงพอลงโทษได้หรือไม่เป็นดุลยพินิจของศาล จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบได้ความว่า จำเลยก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการจ้าง วาน ใช้ ไม่ใช่จำเลยร่วมเป็นตัวการด้วย แต่ศาลล่างทั้งสองกลับฟังว่าจำเลยเป็นตัวการ ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญ เป็นฎีกาเพื่อให้ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะการปรับบทลงโทษโดยระบุวรรคของมาตราที่ลงโทษให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันผลิตโดยปลูกกัญชาจำนวน ๗๐๐ ต้น น้ำหนัก ๑๓๓ กิโลกรัม และมีกัญชาจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๒๖, ๗๕, ๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำเลยผลิตโดยปลูกกัญชาและมีกัญชาดังกล่าวในครอบครองเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากันวางโทษจำคุก ๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๔ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะการปรับบทลงโทษโดยระบุวรรคตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ชัดเจนขึ้นเป็นมาตรา ๗๕ วรรคแรก, ๗๖ วรรคสอง และให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๕ วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า พยานโจทก์สามปากเป็นพยานที่ได้รับคำบอกเล่าซัดทอดมาจากผู้กระทำผิดตามฟ้องกับจำเลยว่า ถูกจำเลยใช้ให้ปลูกกัญชาตามฟ้อง จึงรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ เพราะเป็นพยานบอกเล่าประเภทต้องห้ามมิให้รับฟัง แต่ศาลล่างทั้งสองกลับรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยจึงขัดต่อกฎหมาย เห็นว่า ศาลรับฟังคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสามปากดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้ ไม่ต้องห้ามให้ศาลรับฟัง หากเพียงแต่มีน้ำหนักน้อย ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบจึงจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานลงโทษจำเลยได้ เมื่อคดีนี้พยานโจทก์มิได้มีเฉพาะคำเบิกความของพยานทั้งสามปากดังกล่าวเท่านั้นแต่ยังมีพยานอื่นอีก ดังนี้จึงไม่ทำให้ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่างทั้งสองที่ฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องเปลี่ยนแปลงไป เพราะการที่จะรับฟังพยานหลักฐานใดเป็นการเพียงพอดังลงโทษได้หรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกามาอีกข้อหนึ่งว่า การกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบได้ความว่าจำเลยก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดด้วยการจ้าง วาน ใช้ ไม่ใช่จำเลยร่วมเป็นตัวการด้วย แต่ศาลล่างทั้งสองกลับฟังว่าจำเลยเป็นตัวการ ดังนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสาระสำคัญนั้น เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๔ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อยและลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๔ ปีเช่นเดียวกัน จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ฎีกาของจำเลยดังกล่าวก็เพื่อให้ศาลฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นผู้ใช้ให้กระทำความผิดเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3508/2533 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นางสมวงศ์ จ้อยสองสี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · ล. - นางสมวงศ์ จ้อยสองสี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · ก้าน อันนานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายสุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยโรช กฤษณะโลม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1148/2534ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2092/2564ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3800/2564ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 435/2535ฎีกา 540/2485ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา