⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3733/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3733/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ทำเอกสารปลอมเพื่อนำไปใช้ฉ้อโกง ถือเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์แยกฟ้องเป็น 3 ข้อ แต่ระบุวันเวลากระทำผิด คือระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2531เวลากลางวันจำเลยได้ทำเอกสารและเอกสารราชการปลอมและให้วันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยจึงนำเอกสารที่ทำปลอมดังกล่าวไปใช้แสดงเพื่อพยายามฉ้อโกง ดังนี้ทำให้เห็นได้ว่าจำเลยทำเอกสารและเอกสารราชการปลอมก็เพื่อจะนำไปใช้ฉ้อโกง อันเป็นการกระทำต่อเนื่องด้วยเจตนาเดียวเพื่อให้ ก.หลงเชื่อว่าจำเลยคือ ค. เจ้าของเช็คเดินทาง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.342

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ก. เมื่อระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม 2530ถึงวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฎชัดจำเลยกับพวกที่ยังจับตัวไม่ได้ ได้บังอาจร่วมกันทำหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) ซึ่งเป็นหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งออกให้กับนายโครีมัสสะ ทามุร โดยปลอมขึ้นแต่บางส่วน ทั้งนี้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายโครีมัสสะ ทามูระ บริษัทอเมริกันเอ๊กซ์เพลส (ไทย) จำกัดและประชาชน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำเพื่อให้นายเกษมสันต์เสนามนตรี และผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นหนังสือเดินทางที่แท้จริงของจำเลย ข. ตามวันเวลาดังกล่าวในข้อ ก. จำเลยได้บังอาจปลอมเอกสารราชการขึ้นแต่บางส่วนอันเป็นเอกสารราชการที่เจ้าพนักงานรับรองในหน้าที่โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าอากาศยานดอนเมืองกรมตำรวจและประชาชนอื่นได้จำเลยกับพวกได้ทำขึ้นเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใด และนายเกษมสันต์เสนามนตรี หลงเชื่อว่าเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง ค. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยโดยทุจริตได้บังอาจหลอกลวงนายเกษมสันต์ เสนามนตรี ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงอันควรบอกให้แจ้ง โดยจำเลยได้ใช้หนังสือเดินทางที่จำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำปลอมขึ้นในข้อ ก. พร้อมกับแสดงตัวว่าจำเลยคือนายโคริมัสสะ ทามูระ เพื่อให้นายเกษมสันต์ เสนามนตรีหลงเชื่อว่าจำเลยคือนายโครีมัสสะ ทามูระ และเป็นเจ้าของเช็คเดินทางอเมริกันเอ็กซ์เพรส ดังกล่าวจริง ง. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยได้บังอาจนำหนังสือเดินทางและเอกสารราชการที่จำเลยได้ทำปลอมขึ้นในข้อ ก. และ ข. ไปใช้แสดงต่อนายเกษมสันต์เสนามนตรี ดังกล่าวในข้อ ค. ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นายเกษมสันต์ เสนามนตรี บริษัทอเมริกันเอ็กซ์เพรส(ไทย) จำกัดและประชาชนอื่นได้ จ. เมื่อระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 16 มกราคม2531 วันเวลาใดไม่ปรากฎชัด จำเลยซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติสิงคโปร์ ได้บังอาจเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยมิได้เข้ามาตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองที่กำหนด ฉ. เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยซึ่งเป็นคนต่างด้าวสัญชาติสิงคโปร์ ได้บังอาจอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83, 91, 264, 265, 268, 341, 342 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 62, 81 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมและทำเอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา265 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90กระทงหนึ่งและมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมใช้เอกสารปลอมกับใช้เอกสารราชการปลอม และพยายามฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา264, 265, 268 วรรคสอง, 342(1), 80 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรคสอง ประกอบกับมาตรา 265 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 กระทงหนึ่ง แต่การใช้เกิดจากการปลอมเอกสารในกระทงแรกด้วย คงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสองประกอบกับมาตรา 265 กระทงเดียว จำคุก 2 ปี กับมีความผิดฐานเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยมิได้เข้าตามช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและมีความผิดฐานอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 11, 62, 81 อีกสองกระทง่แต่ละกระทงจำคุก 4 เดือน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 (ที่ถูกมาตรา 91) ที่แก้ไขแล้วรวมจำคุก 2 ปี 8 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี 4 เดือน โจทก์อุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์แต่ละข้อเป็นความผิดแต่ละกรรม ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องทุกกระทงความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าความผิดฐานทำเอกสารปลอมทำเอกสารราชการปลอม และพยายามฉ้อโกง ตามฟ้องข้อ ก. ข. และ ค.เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษเป็น 3 กรรมนั้นเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ในข้อ ก. ข. และ ค. แม้โจทก์จะแยกฟ้องมาเป็น 3 ข้อ แต่ระบุวันเวลากระทำผิดว่า ระหว่างวันที่ 11กรกฎาคม 2530 ถึงวันที่ 16 มกราคม 2531 เวลากลางวัน วันเวลาใดไม่ปรากฎชัดจำเลยได้กระทำผิดตามข้อ ก. และ ข. และวันที่ 16มกราคม 2531 เวลากลางวันจำเลยจึงนำเอกสารที่ทำปลอมขึ้นในข้อก. และ ข. ไปใช้แสดงพยายามฉ้อโกงตามข้อ ค. ทำให้เห็นได้ว่าจำเลยทำเอกสารปลอมตามฟ้องข้อ ก. ทำเอกสารราชการปลอมตามฟ้องข้อ ข. ก็เพื่อจะนำไปใช้ฉ้อโกงตามฟ้องข้อ ค. เป็นการกระทำต่อเนื่องด้วยเจตนาอย่างเดียวเพื่อให้นายเกษมสันต์ เสนามนตรี หลงเชื่อว่าจำเลยคือนายโครีมัสสะ ทามูระ ซึ่งเป็นเจ้าของเช็คเดินทางอเมริกันเอ็กซ์เพรส เพื่อยอมให้จำเลยแลกเช็คเดินทางไปตามฟ้องจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท หาใช่เป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมไม่" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3733/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย โกฟุคเฮง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย โกฟุคเฮง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6196/2534ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ