⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3752/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3752/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวโดยที่ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ ย่อมมีผลเป็นการอนุญาตให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินต่อไปได้ ซึ่งอาจทำให้ไม่อาจบังคับตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้หากภายหลังวินิจฉัยว่าควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการทรัพย์สิน

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นบังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดเพื่อหารายได้ชำระหนี้โจทก์แทนการสั่งขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 307 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น พร้อมกับยื่นคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ไม่ควรมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวโดยที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย เพราะการที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวนั้นมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยต่อไปได้ ซึ่งถ้าหากเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยได้เสร็จแล้ว หากศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยแล้วมีความเห็นว่าควรตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการทรัพย์ตามคำร้อง กรณีก็จะไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.231 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.264 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.307

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองเพื่อบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแต่ตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดเพื่อหารายได้ชำระหนี้โจทก์แทนการสั่งขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้น พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยที่ ๒ ว่า กรณีเช่นนี้เป็นการขอให้สั่งคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๔ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุสมควรที่จะสั่งให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ ฎีกาคำสั่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ ที่ขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ เช่นนี้ ก็มีผลเท่ากับว่าศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดไว้ต่อไปได้ ซึ่งถ้าหากเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ได้เสร็จแล้ว หากศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ แล้วมีความเห็นว่าควรตั้งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการทรัพย์ตามคำร้อง กรณีก็ไม่อาจบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ได้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ โดยที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๒ ไว้ในระหว่างอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3752/2533 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด โจทก์ นางสาวสาลี่ ทรายสถิตย์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงเทพ จำกัด · ล. - นางสาวสาลี่ ทรายสถิตย์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · มงคล เปาอินทร์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายปกรณ์ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ภาค 1
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 360/2490ฎีกา 3801/2536ฎีกา 733/2492ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 4273/2531ฎีกา 14246/2557ฎีกา 7280/2549ฎีกา 793/2507ฎีกา 3589/2525ฎีกา 4085/2546ฎีกา 2580/2527ฎีกา 2467/2536ฎีกา 1256/2518ฎีกา 920/2524ฎีกา 11216/2555ฎีกา 12104/2553ฎีกา 1079-1080/2495ฎีกา 8178/2538ฎีกา 7084-7289/2548ฎีกา 1067/2522ฎีกา 4783/2543ฎีกา 1565/2530ฎีกา 4309/2534ฎีกา 258/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา