⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3792/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3792/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การรับสารภาพของจำเลยในชั้นพิจารณา ศาลจะลงโทษตามที่รับสารภาพได้ต่อเมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามที่รับสารภาพนั้น * แม้จำเลยบางคนจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยเหล่านั้นได้ หากการกระทำของจำเลยที่ฎีกาเป็นความผิดที่มีโทษเบากว่าความผิดที่จำเลยที่มิได้ฎีกาถูกฟ้อง และเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 3 ฆ่าผู้ตายแล้วจึงได้เอาทรัพย์สินและรถจักรยานยนต์ของกลางไป จำเลยที่ 3 จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 กระทงหนึ่ง และฐานลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่ง หามีความผิดฐานฆ่าผู้ตายเพื่อจะเอาทรัพย์สินตามมาตรา 289 (7) ไม่ แม้จำเลยที่ 3 จะให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาของศาลว่าได้กระทำความผิดฐานดังกล่าวด้วย แต่เมื่อข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้กระทำความผิดตามข้อหาที่ให้การรับสารภาพ ศาลก็ลงโทษในข้อหาความผิดที่รับสารภาพหาได้ไม่ เมื่อจำเลยที่ 3 และที่ 4 ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน แต่การกระทำเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ซึ่งมีโทษเบากว่ามาตรา 289 (7) และเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 4 จะมิได้ฎีกา ศาลก็มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 4 ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 213 ประกอบด้วย มาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙, ๓๔๐, ๘๓ ริบไม้ท่อนของกลาง รถจักรยานยนต์ของกลางคืนเจ้าของและให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน ๔๐,๕๐๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๔ ให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์หมดแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๓๓๕ ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามมาตรา ๒๘๘ จำคุกตลอดชีวิต ตามมาตรา ๓๓๕ จำคุกคนละ ๔ ปี จำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ คงจำคุกกระทงแรก ๒๕ ปี กระทงหลัง ๒ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๓ มีกำหนด ๒๗ ปี จำเลยที่ ๔ ให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วถือว่ารับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐานไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา แต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ จำคุกกระทงแรก ๓๓ ปี ๔ เดือน จำคุกกระทงหลัง ๒ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๓๕ ปี ๔ เดือน ไม้ท่อนของกลางให้ริบ รถจักรยานยนต์ของกลางได้ความว่าได้คืนแล้ว ให้ยกคำขอส่วนนี้ ให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ร่วมกันคืนทรัพย์ที่ลักไปหรือมิฉะนั้นให้ใช้ราคา ๔๐,๕๐๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ คำขอของโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ นอกจากนี้ให้ยก ส่วนจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๔ ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๗) มาตรา ๓๓๙ วรรคสุดท้าย เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา ๒๘๙ (๗) ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ ให้ประหารชีวิต จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา แม้จำเลยที่ ๔ จะให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์หมดแล้วนับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอย่างมากมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๒ จำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ คนละตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๓ ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาที่ให้การรับสารภาพไว้ดังกล่าวข้างต้นนั้น แต่ฟังได้ว่าจำเลยที่ ๓ ฆ่าผู้ตายแล้วจึงได้เอาทรัพย์สินและรถจักรยานยนต์ของกลางไป จำเลยที่ ๓ จึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ กระทงหนึ่ง และฐานลักทรัพย์อีกกระทงหนึ่งดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย หามีความผิดฐานฆ่าผู้ตายเพื่อจะเอาทรัพย์สินตามมาตรา ๒๘๙ (๗) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่แม้จำเลยที่ ๓ จะให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาของศาลว่าได้กระทำความผิดฐานนี้ด้วยแต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๓ ได้กระทำความผิดตามข้อหาที่ให้การรับสารภาพศาลก็ลงโทษในข้อหาความผิดที่รับสารภาพหาได้ไม่ คดีฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ กระทงหนึ่ง และมีความผิดตามมาตรา ๓๓๕ (๑)(๗) วรรคสาม อีกกระทงหนึ่ง เมื่อจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน แต่การกระทำเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ซึ่งมีโทษเบากว่ามาตรา ๒๘๙ (๗) และเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี แม้จำเลยที่ ๔ จะมิได้ฎีกาศาลก็มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๔ ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒๑๓ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๓๓๕ (๑)(๗) วรรคสาม ประกอบด้วยมาตรา ๘๓ ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ จำคุกตลอดชีวิต ตามมาตรา ๓๓๕ (๑)(๗) วรรคสาม จำคุกคนละ ๔ ปี จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา แม้จำเลยที่ ๔ จะให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาเมื่อสืบพยานโจทก์แล้วก็นับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอย่างมากมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบมาตรา ๕๓ คงจำคุกกระทงแรก ๒๕ ปี กระทงหลัง ๒ ปี รวมจำคุกจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ คนละ ๒๗ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3792/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นางสาวประนอมหรือต้อม ขวัญแก้ว กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · ล. - นางสาวประนอมหรือต้อม ขวัญแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ประชา บุญวนิช · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายกานต์ วงศ์ศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา