⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3953/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3953/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ตกลงเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาชำระหนี้ หรือวิธีการชำระหนี้ โดยที่หนี้เดิมยังไม่ได้ชำระโดยสิ้นเชิง ย่อมไม่เป็นการระงับหนี้เดิม และไม่ทำให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้เช่าซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อ ต่อมาผู้เช่าซื้อทำหนังสือยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์จริงยอมผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เป็นงวด ดังนี้เป็นความตกลงในการชำระหนี้โดยการเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาชำระหนี้และจำเลยเงินที่จะชำระแก่กันเป็นงวด ๆ เมื่อหนี้ดังกล่าวยังไม่ได้ชำระโดยสิ้นเชิง หนี้ตามสัญญาเช่าซื้อยังไม่ระงับฉะนั้นสัญญาค้ำประกันเงินค่าเช่าซื้อดังกล่าวก็ยังไม่สิ้นผลผู้ค้ำประกันไม่หลุดพ้นความรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.698

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อ ชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ และให้จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 244,628 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2ทำสัญญาค้ำประกันร่วมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม แล้วจำเลยที่ 2 ผิดสัญญาไม่ยอมชำระเงินค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ขอผ่อนชำระหนี้ที่ค้างให้แก่โจทก์ตามเอกสารหมายจ.6 แล้วจำเลยที่ 1 ไม่ยอมชำระหนี้ดังกล่าวอีก คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าตามหนังสือสัญญาเอกสารหมาย จ.6 เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 ยอมรบว่าจำเลยที่ 1 ค้างชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน244,328 บาท และจำเลยที่ 1 ขอผ่อนชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 11 มกราคม 2527 เป็นเงิน 30,000 บาทวันที่ 30 มกราคม 2527 เป็นเงิน 30,000 บาท และวันที่10 กุมภาพันธ์ 2527 เป็นเป็น 20,000 บาท ส่วนที่ค้างอยู่อีก164,328 บาท จำเลยที่ 1 ขอผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละ 10,344 บาทเริ่มชำระวันที่ 10 มีนาคม 2527 และทุกวันที่ 10 ของเดือนถัดไปจนครบถ้วน หากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญายินยอมให้ฟ้องร้องชำระหนี้ที่ค้างทั้งหมดได้ทันที และย่อมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี พร้อมทั้งค่าฤชาธรรมเนียม ค่าทนายความและค่าเสียหายให้แก่โจทก์จึงเป็นความตกลงในการชำระหนี้โดยการเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาชำระหนี้และจำนวนเงินที่จะชำระแก่กันเป็นงวด ๆ เท่านั้น เมื่อหนี้นั้นยังไม่ได้ชำระสิ้นเชิงแล้ว หนี้ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อยังไม่ระงับสัญญาค้ำประกันเงินค่าเช่าซื้อดังกล่าวยังไม่สิ้นผล จำเลยที่ 2ในฐานะผู้ค้ำประกันหาหลุดพ้นความรับผิดไม่" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3953/2533 บริษัท ธารา จำกัด โจทก์ นาย ทอง อินทร์ ไชย วา รี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ธารา จำกัด · จำเลย - นาย ทอง อินทร์ ไชย วา รี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง · มนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 964/2512ฎีกา 3833/2552ฎีกา 815/2533ฎีกา 3318/2545ฎีกา 2877/2547ฎีกา 867/2523ฎีกา 306/2473ฎีกา 710/2499ฎีกา 1448/2520ฎีกา 1732/2550ฎีกา 2105/2535ฎีกา 2372/2534ฎีกา 229/2506ฎีกา 14806/2556ฎีกา 1507/2538ฎีกา 664/2530ฎีกา 153/2530ฎีกา 9467/2544ฎีกา 1157/2510ฎีกา 13267/2557ฎีกา 6002/2549ฎีกา 1938/2540ฎีกา 4320/2540ฎีกา 3620/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ