⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4678/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4678/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่กรณีตกลงให้ซ่อมแซมและติดตั้งสิ่งของให้ใหม่แทนการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และได้มีการซ่อมแซมและติดตั้งให้ใหม่แล้ว ถือว่าหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระงับสิ้นไป

ย่อคำพิพากษา

หลังจากจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายของเสาอากาศวิทยุให้โจทก์แล้ว โจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย คงประสงค์ให้จำเลยซ่อมแซมและติดตั้งเสาอากาศวิทยุให้ใหม่เท่านั้น อุปกรณ์การซ่อมแซมของจำเลยรายใดไม่เป็นไปตามมาตรฐานของทางราชการ โจทก์ก็เร่งรัดให้จำเลยแก้ไขโดยไม่ได้เรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความแต่อย่างใด ประกอบกับเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ใช้เสาอากาศวิทยุที่จำเลยติดตั้งให้ใหม่มาโดยตลอด แสดงว่าโจทก์ยอมรับเอาเสาอากาศวิทยุที่จำเลยติดตั้งให้ใหม่แทนการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้ตกลงกันไว้ หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจึงเป็นอันระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคแรก จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้เงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๖ จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกด้วยความประมาทชนถูกลวดสลิงยึดโยงเสาอากาศวิทยุของโจทก์ล้มลงได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้ จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา แต่กลับซ่อมแซมเสาอากาศวิทยุโดยพลการและใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยแก้ไขเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ โจทก์กับจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน จึงไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยได้จัดการซ่อมแซมเสาอากาศวิทยุสื่อสารใช้การได้เรียบร้อยแล้ว โจทก์ได้รับเอาผลงานที่จำเลยจัดการซ่อมแซมให้แล้ว จำเลยจึงไม่ได้เป็นหนี้โจทก์อีกขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ๓๙,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกัน และจำเลยมิได้โต้เถียงในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๖ จำเลยขับรถยนต์บรรทุกโดยประมาทชนลวดสลิงที่ยึดโยงเสาอากาศวิทยุของโจทก์ ทำให้เสาอากาศวิทยุล้มลงได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้ จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ภายในกำหนด๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๖ ต่อมาจำเลยได้ทำการติดตั้งเสาอากาศวิทยุให้โจทก์ขึ้นใหม่แต่โจทก์คัดค้านว่าการติดตั้งเสาอากาศวิทยุของจำเลยใช้อุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาทตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์หรือไม่ และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด เห็นว่า หลังจากจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์แล้ว ต่อมาร้อยตรีวิชัยปลัดจังหวัดรักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้แจ้งให้นายอำเภอกันทรลักษณ์สั่งให้จำเลยซ่อมแซมและติดตั้งเสาอากาศวิทยุให้แล้วเสร็จโดยด่วน และโจทก์ก็ได้แจ้งให้เรือตรีดนัยผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษสั่งให้จำเลยซ่อมแซมเสาอากาศวิทยุให้อยู่ในสภาพเดิม แสดงว่า โจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท จากจำเลยต่อไป คงประสงค์ให้จำเลยซ่อมแซมและติดตั้งเสาอากาศวิทยุให้ใหม่เท่านั้น นอกจากนี้ยังปรากฏว่า เมื่อมีการรายงานว่าการซ่อมแซมของจำเลยไม่เป็นไปตามมาตรฐานของทางราชการ โจทก์ก็ไม่ได้เรียกร้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความแต่อย่างใด แต่กลับแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเร่งรัดให้จำเลยรีบดำเนินการแก้ไขอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานและชำรุดทั้ง ๔ รายการ โดยด่วน ประกอบกับเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ใช้เสาอากาศวิทยุที่จำเลยติดตั้งให้ใหม่มาโดยตลอด ส่อแสดงให้เห็นว่า โจทก์ยอมรับเอาเสาอากาศวิทยุที่จำเลยติดตั้งให้ใหม่แทนการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามที่ได้ตกลงกันไว้ หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจึงเป็นอันระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑วรรคแรก จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้โจทก์ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รวมเป็นเงิน๓๙,๐๐๐ บาท นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4678/2533 กรมการปกครอง โจทก์ นายเกษมหรือแก้ว แซ่ไหลหรือไหลประเดิมพันธุ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมการปกครอง · จำเลย - นายเกษมหรือแก้ว แซ่ไหลหรือไหลประเดิมพันธุ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3888/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 712-713/2520ฎีกา 1143/2494ฎีกา 5282/2540ฎีกา 4867/2533ฎีกา 5923/2543ฎีกา 1303/2533ฎีกา 3490/2548ฎีกา 766/2543ฎีกา 4800/2534ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 727/2567ฎีกา 298/2517ฎีกา 6320/2534ฎีกา 5811/2533ฎีกา 566/2553ฎีกา 867/2523ฎีกา 2600/2543ฎีกา 500/2506ฎีกา 5112/2552ฎีกา 583/2506ฎีกา 92/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา