⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4875/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4875/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การรับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ชั้นจับกุมถือเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาและเป็นเหตุบรรเทาโทษ * แม้ไม่มีฝ่ายใดยกประเด็นขึ้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขการลงโทษให้ถูกต้องตามกฎหมายได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลยโดยมิได้ลดโทษให้ จำเลยมิได้อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานนี้ คงเพียงแต่อุทธรณ์ขอให้ลดโทษให้จำเลยเมื่อศาลอุทธรณ์ วินิจฉัยความผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 และพิพากษายืน จำเลยจะฎีกาขอให้ยกฟ้องในความผิดฐานนี้อีกไม่ได้ เพราะความผิดฐานนี้ถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 245 แล้วทั้งยังขัดต่อคำรับสารภาพของจำเลย ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย แม้เฮโรอีนของกลางมีปริมาณมาก แต่จำเลยให้การรับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ชั้นจับกุมทำให้การพิจารณาวินิจฉัยคดีเป็นไปโดยสะดวกนับเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ถือได้ว่ามีเหตุบรรเทาโทษตามกฎหมาย ความผิดฐานพาอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาตนั้น ศาลชั้นต้นมิได้ระบุวรรคในตัวบทมาตราที่ใช้ปรับบทลงโทษและศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขแม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.245 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ มาตรา ๔ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๒) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๗ กันยายน๒๕๒๒ ข้อ ๑ (๑) พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๒๙ ข้อ ๓, ๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๓๗๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔และสั่งริบเฮโรอีนและการเป๋าของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นิจารณา แล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง มาตรา ๖๖วรรคสอง วางโทษประหารชีวิต ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๘ ทวิ๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ปรับ ๑,๐๐๐ บาท เรียงกระทงลงโทษเป็นประหารชีวิตและปรับ ๑,๐๐๐ บาท เฮโรอีนของกลางมีจำนวนมากนับว่าเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่จับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายแต่กลับมากระทำผิดเสียเองพยานหลักฐานโจทก์หนักแน่นมั่นคง คำรับสารภาพของจำเลยเป็นการจำนนต่อพยานหลักฐาน แม้จำเลยไม่รับสารภาพก็พอฟังลงโทษจำเลยได้คำรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงไม่มีเหตุลดโทษ ริบเฮโรอีนและกระเป๋าของกลาง จำเลยอุทธรณ์ว่า คำรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ส่วนที่จำเลยฎีกา ขอให้ยกฟ้อง ในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เห็นว่าเป็นฎีกาที่ขัดต่อคำรับสารภาพของจำเลยและในความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษนั้นในชั้นอุทธรณ์จำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิดเป็นเพียงขอให้ลดโทษเท่านั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ปัญหานี้จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษนั้นเห็นว่า แม้เฮโรอีนของกลางจะมีปริมาณมาก แต่จำเลยได้ให้การรับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ชั้นจับกุม ทำให้การพิจารณาวินิจฉัยคดีเป็นไปโดยสะดวกซึ่งหากจำเลยให้การปฏิเสธอย่างน้อย อาจทำให้เกิดปัญหายุ่งยากในการวินิจฉัยคดีว่าจำเลยจะได้กระทำความผิดจริงหรือไม่คำให้การรับสารภาพของจำเลยจึงนับว่าเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่ ถือได้ว่ามีเหตุบรรเทาโทษตามกฎหมาย สมควรลดโทษให้จำเลยที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจลงโทษจำเลยโดยไม่ลดโทษให้นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น อนึ่ง ปรากฏว่าในความผิดฐานพาอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาตนั้น ศาลชั้นต้นมิได้ระบุวรรคในตัวบทมาตราที่ใช้ปรับบทลงโทษไว้ และศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขแม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลย มี ความผิดฐานพาอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๘ ทวิ วรรคหนึ่งมาตรา ๗๒ ทวิ วรรคสอง ที่แก้ไขแล้วส่วนความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ประกอบด้วยมาตรา ๕๒ (๒) คงให้จำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4875/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายดาบตำรวจบุญธรรม กันทาสุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายดาบตำรวจบุญธรรม กันทาสุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเสริม บุญทรงสันติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2581/2548ฎีกา 2692/2537ฎีกา 7217/2544ฎีกา 16243/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 1888/2548ฎีกา 1992/2530ฎีกา 4912/2565ฎีกา 1069/2547ฎีกา 5487/2548ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2931/2549ฎีกา 3555/2547ฎีกา 2841/2555ฎีกา 4105/2541ฎีกา 5632/2551ฎีกา 15227/2553ฎีกา 11216/2555ฎีกา 988/2568ฎีกา 15397/2553ฎีกา 6553/2547ฎีกา 199/2547ฎีกา 4970/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา