⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4951/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4951/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ถือเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยได้ต่อเมื่อได้มีการยกข้อเท็จจริงนั้นขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยส่งมอบที่ดินพร้อมอาคารพิพาท กับเรียกค่าเช่าและค่าเสียหายซึ่งขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละสองพันบาท จำเลยมิได้ให้การกล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ดังนี้ ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องอันเป็น อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 การที่โจทก์ฎีกาเรื่องนี้ขึ้นมาอีก จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าและค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยื่นคำให้การแล้ว ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ ๑ทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น แล้วโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าและค่าเสียหายเทียบตามอัตราค่าเช่าเดือนละ ๑,๒๐๐ บาท จากจำเลยทั้งสอง กับให้ส่งมอบที่ดินพร้อมอาคารพิพาทคืนแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าโจทก์มิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท จำเลยที่ ๒ ปลูกสร้างอาคารในที่ดินของราชพัสดุ แม้จำเลยที่ ๒ จะขอให้ศาลหมายเรียกกรมธนารักษ์เข้ามาเป็นคู่ความ ในคดี และศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว ก็หาใช่กรณีที่จำเลยที่ ๒กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ว่าเป็นของตนเองไม่ เมื่อที่ดินพิพาทอาจให้เช่าในขณะที่โจทก์ยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสองพันบาทจึงเป็นคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ อันเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้น เป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาจึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4951/2533 นายวีระ ปรัชญพงศ์ โจทก์ นางสาวอัจฉราวดี แซ่โกย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวีระ ปรัชญพงศ์ · จำเลย - นางสาวอัจฉราวดี แซ่โกย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุรินทร์ - นายชัยชนะ ตัญจพัฒน์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9151/2539ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 891/2538ฎีกา 3552/2539ฎีกา 1304/2553ฎีกา 5246/2548ฎีกา 7158/2538ฎีกา 576/2540ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 8903/2553ฎีกา 1679/2540ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1168/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา