⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4974/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนที่จำเลยปฏิเสธชั้นศาล ต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบว่าจำเลยกระทำผิดจริง โดยพยานประกอบนั้นต้องมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวน หรือพยานที่อาจมีส่วนได้เสีย

ย่อคำพิพากษา

การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยปฏิเสธชั้นศาลมาใช้ลงโทษจำเลยโจทก์ต้องมีพยานประกอบว่าจำเลย กระทำผิดจริงและพยานประกอบนั้นมิใช่มีเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนคำรับสารภาพเท่านั้น คดีนี้พยานประกอบของโจทก์คือ ด. ซึ่งอาจตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับจำเลย ด. อาจซัดทอดจำเลยเพื่อให้ตนพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องหาก็ได้ คำเบิกความของ ด. จึงมีน้ำหนักน้อยพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอที่จะลงโทษจำเลยตามฟ้องได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักโคของผู้เสียหาย ต่อมาจำเลยนำโคของผู้เสียหายไปขายแก่ผู้มีชื่อ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗ จำคุก ๓ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยปฏิเสธชั้นศาลมาใช้ลงโทษจำเลย โจทก์ต้องมีพยานประกอบว่าจำเลยกระทำผิดจริงและพยานประกอบนั้นมิใช่มีเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวน ผู้สอบสวนคำรับสารภาพเท่านั้นคดีนี้พยานประกอบของโจทก์คือนายดอรอสะ เบิกความรับว่า ได้ขับรถยนต์บรรทุกโคดังกล่าวไปส่งที่อำเภอสายบุรีจริง ในชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การว่า นายดอรอสะ ได้พูดแนะนำจำเลยว่าที่อำเภอสายบุรีมีคนคอยรับซื้อโคดังกล่าวอยู่ เช่นนี้ นายดอรอสะ จึงอาจตกเป็นผู้ต้องหาฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรโคดังกล่าว และนายดอรอสะ อาจซัดทอดจำเลยเพื่อให้ตนพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องหาก็ได้ คำเบิกความของนายดอรอสะ จึงมีน้ำหนักน้อย ฉะนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอที่จะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรตามฟ้องได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2533 พนักงานอัยการจังหวัดยะลา โจทก์ นายวายา ปาแน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยะลา · จำเลย - นายวายา ปาแน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา ธนานันท์ · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · บุญศรี กอบบุญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยะลา - นายธงชัย วรชาติเดชา · ศาลอุทธรณ์ - นายวิทวัส อยู่วัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 185/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 1554/2521ฎีกา 8272/2553ฎีกา 1148/2534ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2963/2535ฎีกา 831/2541ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 2936/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 5702/2533ฎีกา 435/2535ฎีกา 3361/2536ฎีกา 413/2536ฎีกา 637/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา