⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4989/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4989/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่ผู้ซื้อรายใหม่ไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันตามที่ตกลงไว้ได้ ถือเป็นฝ่ายผิดข้อตกลง ศาลจึงจำหน่ายคำร้องของจำเลยตามสัญญาที่ตกลงไว้

ย่อคำพิพากษา

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทแก่ผู้ซื้อ โดยไม่งดการขายทอดตลาดไว้รอพิจารณาคำขอประนอมหนี้ตามคำขอของจำเลย จำเลยยื่นคำร้องว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าจำเลยประวิงคดี ขอให้ยกคำร้องของจำเลยระหว่างการพิจารณาของศาล ผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด จำเลยและ ส.ผู้ซื้อรายใหม่ตกลงกันว่า ผู้ซื้อรายใหม่ตกลงวางเงิน 100,000 บาทให้ผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดรับไปเป็นค่าเสียหาย เพื่อจะได้ไม่คัดค้านที่จะมีการขายทอดตลาดใหม่ มิใช่เป็นการตกลงว่าผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาดสละสิทธิในที่ประมูลซื้อได้ในครั้งก่อน เพราะการที่ผู้ซื้อรายใหม่ตกลงจะเข้าประมูลซื้อที่ดินพิพาทครั้งใหม่ในราคาไม่ต่ำกว่า 18,000,000 บาทนั้น จะต้องจัดหาธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันค่าเสียหายแก่กองทรัพย์สินหากผู้ซื้อรายใหม่เข้าสู้ราคาต่ำกว่า 18,000,000 บาท ซึ่งเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งที่ผู้ซื้อรายใหม่ต้องปฏิบัติก่อน เมื่อผู้ซื้อรายใหม่ไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ จึงเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงศาลต้องจำหน่ายคำร้องของจำเลยตามสัญญาที่ตกลงไว้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.293 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.145 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.63

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ยื่นคำขอประนอมหนี้ภายหลังล้มละลายต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และขอให้งดการขายทอดตลาดไว้ชั่วคราวจนกว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาลจะได้พิจารณาคำขอประนอมหนี้ดังกล่าวเสร็จสิ้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งรับคำขอประนอมหนี้ แต่สั่งให้ขายทอดตลาดตามกำหนดเดิมต่อไปโดยไม่งดต่อมาได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด คำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่สั่งไม่อนุญาตให้งดการขายทอดตลาดและคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สั่งอนุมัติขายทรัพย์รายนี้เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนหรือยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเสีย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยคัดค้านการขายเป็นการประวิงคดี อีกทั้งการยื่นคำขอประนอมหนี้ดังกล่าวกฎหมายล้มละลายมิได้บังคับให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องงดการขายทอดตลาดทรัพย์สิน และมิใช่เป็นเหตุทุเลาการบังคับคดีที่จะให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์งดการขายทอดตลาดตามกฎหมายล้มละลายขอให้ยกคำร้องของจำเลย ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความทุกฝ่ายตลอดจนผู้ซื้อที่ดินพิพาทได้จากการขายทอดตลาด นายประสารซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหม่และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาศาลและตกลงกันว่า 1. ผู้เสนอซื้อรายใหม่ยอมให้เงินที่วางไว้ 100,000 บาทแก่ผู้ซื้อรับไปเป็นค่าเสียหายโดยเด็ดขาดนับแต่วันนี้และผู้เสนอซื้อรายใหม่จะเข้าสู่ราคาในการขายทอดตลาดครั้งใหม่ในราคาขั้นต่ำตั้งแต่ 18,000,000 บาท โดยจะจัดหาธนาคารมาค้ำประกันเป็นจำนวน 2,000,000 บาท เป็นค่าเสียหายแก่กองทรัพย์สิน หากไม่สู้ราคาดังกล่าวข้างต้น 2. ผู้ซื้อพอใจหากผู้ซื้อรายใหม่ปฏิบัติตามข้อ 1 ได้ก็ไม่ติดใจคัดค้านคำร้องขอให้ขายทอดตลาดใหม่ แต่สงวนสิทธิที่จะเข้าสู้ราคาด้วย 3. เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พอใจและหากผู้ซื้อรายใหม่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ได้ครบถ้วน ก็ไม่ติดใจคัดค้านการขายทอดตลาดรายนี้เช่นกัน ให้ศาลจำหน่ายคำร้องคัดค้านของจำเลย และเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์โดยถือว่าไม่ติดใจและขอถอนคำร้อง เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2530 ผู้ซื้อได้รับเงินประกันค่าเสียหายจำนวน 100,000 บาท จากศาล เมื่อถึงวันนัดที่ผู้ซื้อรายใหม่จะต้องหาธนาคารมาค้ำประกัน 2,000,000 บาท ผู้ซื้อรายใหม่ยื่นคำร้องว่า ได้ติดต่อกับธนาคารแล้วปรากฏว่าในการออกหนังสือค้ำประกันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 30,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก หากใช้บุคคลที่มีหลักทรัพย์ในวงเงินดังกล่าวมาเป็นผู้ค้ำประกันจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่ายเช่นเดียวกัน ผู้ซื้อรายใหม่จึงขอเสนอบุคคลเป็นผู้ค้ำประกันแทนในวงเงิน 2,000,000 บาท โดยมีสลากออมสินและเงินสดไม่น้อยกว่า 2,000,000 บาทมาวางศาลเป็นหลักประกันด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องดังกล่าวเท่ากับผู้ซื้อรายใหม่ไม่อาจปฏิบัติตามข้อตกลง ถือว่าผู้ซื้อรายใหม่ผิดข้อตกลง มีคำสั่งให้ยกคำร้องของเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์และจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อตกลงในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ข้อ 1 ที่ว่าผู้ซื้อรายใหม่ตกลงวางเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่ผู้ซื้อรับไปนั้น เป็นการวางเงินให้ผู้ซื้อรับไปเป็นค่าเสียหายโดยเด็ดขาดในวันนั้น เพื่อให้ผู้ซื้อไม่คัดค้านที่จะมีการขายทอดตลาดใหม่ แต่มิใช่เป็นการตกลงว่าผู้ซื้อสละสิทธิในที่ประมูลซื้อได้ในครั้งก่อน เพราะผู้ซื้อรายใหม่จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอีกกรณีหนึ่งว่าผู้ซื้อรายใหม่จะต้องจัดหาธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาทเป็นค่าเสียหายแก่กองทรัพย์สิน หากผู้ซื้อรายใหม่สู้ราคาต่ำกว่า 18,000,000 บาท ดังนั้นการขายทอดตลาดใหม่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้ซื้อรายใหม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งสองประการแล้ว การที่ผู้ซื้อรับเงินไป 100,000 บาท จึงไม่อาจถือได้ว่าผู้ซื้อสละสิทธิการซื้อไปแล้วตามที่จำเลยฎีกา ปัญหาต่อไปมีว่า การที่ผู้ซื้อรายใหม่ไม่นำธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาท ในวันที่ 1 มีนาคม 2531 ถือว่าเป็นผิดข้อตกลงหรือไม่ เห็นว่าตามข้อตกลงระบุไว้โดยแจ้งชัดว่า ผู้ซื้อรายใหม่จะจัดหาธนาคารมาค้ำประกันจำนวน 2,000,000 บาท ไม่มีข้อตกลงว่าอาจจะหาบุคคลหรือทรัพย์สินนอกจากธนาคารมาค้ำประกันแทนได้ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2531 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดที่จะต้องทำสัญญาค้ำประกัน ผู้ซื้อรายใหม่จึงได้ยื่นคำร้องขอนำบุคคลและทรัพย์สินมาค้ำประกันแทนตามคำร้องของผู้ซื้อรายใหม่หาได้ระบุไม่ว่าหากศาลไม่อนุญาตก็จะนำธนาคารมาค้ำประกันต่อไป จึงถือได้ว่าผู้ซื้อรายใหม่ไม่สามารถหาธนาคารมาค้ำประกันได้ผู้ซื้อรายใหม่จึงเป็นฝ่ายผิดข้อตกลงโดยศาลชั้นต้นไม่จำเป็นต้องสั่งยกคำร้องก่อนตามที่จำเลยฎีกา เมื่อฟังว่าผู้ซื้อรายใหม่เป็นฝ่ายผิดข้อตกลง ศาลชั้นต้นชอบที่จะจำหน่ายคำร้องของจำเลยเสียตามข้อตกลงในข้อ 3 ซึ่งจำเลยยอมให้จำหน่ายคำร้องได้โดยถือว่าไม่ติดใจและขอถอนคำร้อง คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในข้ออื่นต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4989/2533 บริษัท ธนาคาร แห่ง เอเชีย เพื่อ การ อุตสาหกรรม โจทก์ และพาณิชยกรรมจำกัด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นายคมกริช วัฒนเสถียร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ธนาคาร แห่ง เอเชีย เพื่อ การ อุตสาหกรรม · ผู้คัดค้าน - และพาณิชยกรรมจำกัดเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - นายคมกริช วัฒนเสถียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 594/2534ฎีกา 171/2513ฎีกา 2573/2552ฎีกา 6968/2537ฎีกา 5706/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 7466/2538ฎีกา 5086/2537ฎีกา 15152/2558ฎีกา 324/2503ฎีกา 10839/2558ฎีกา 3781/2545ฎีกา 2280/2559ฎีกา 780/2535ฎีกา 14209/2555ฎีกา 145/2554ฎีกา 437/2508ฎีกา 353/2536ฎีกา 2422/2545ฎีกา 1897/2512ฎีกา 1088/2533ฎีกา 39/2524ฎีกา 241/2499ฎีกา 5768/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา