⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5082/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5082/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขับขี่รถที่แล่นตามหลังรถคันอื่น มีหน้าที่ต้องระมัดระวังรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยและหยุดรถได้ทันท่วงทีเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็วหรือหยุดรถ. ผู้รับประกันภัยที่รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัย มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันที่ใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น.

ย่อคำพิพากษา

จ.ขับรถอยู่ในทางเดินรถ เห็นชามกะละมัง หล่น ขวางทางอยู่จึงชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อไม่ให้ชนชาม กะละมัง จำเลยขับรถแล่นตามหลังมาชนท้ายรถของ จ. เช่นนี้ ถือไม่ได้ว่า จ. มีส่วนประมาทร่วมด้วย และถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อเพราะผู้ที่ขับรถตามหลังรถคันอื่นมีหน้าที่ต้องระมัดระวังไม่ให้รถแล่นไป ชนท้ายรถคันที่แล่นอยู่ข้างหน้า โดยต้องทิ้งระยะให้ห่างพอสมควรที่จะชะลอความเร็ว หรือหยุดรถได้ทันท่วงทีเมื่อรถคันหน้าได้ชะลอความเร็วหรือต้องหยุดรถไม่ว่ากรณีใด ๆ โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยและรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัยมาฟ้องจำเลยผู้ทำละเมิดโจทก์ชอบที่จะได้รับดอกเบี้ย นับแต่วันที่โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยเท่านั้น หามีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดไม่ และปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.206 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.422 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.442 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยขับรถประมาทชนรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เสียหาย โจทก์ชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยแล้ว จึงรับช่วงสิทธิมาฟ้องขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า เหตุเกิดขึ้นเพราะความประมาทของนายใจประกาศ ซาฮีผู้ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้แต่ผู้เดียว จำเลยไม่มีส่วนประมาทด้วย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดโจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินส่วน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๙๐,๖๖๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน ๒,๒๖๖ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือดีกว่าพยานหลักฐานจำเลยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายใจประกาศเห็นชาม กะละมังหล่น ขวางทางอยู่ จึงชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อไม่ให้ชนชามกะละมัง ใบดังกล่าว จึงถูกรถคันที่จำเลยขับตามหลังแล่นมาชนท้าย จึงถือไม่ได้ว่านายใจประกาศมีส่วนประมาทร่วมด้วยเพราะผู้ที่ขับรถตามหลังรถคันอื่นมีหน้าที่ต้องระมัดระวังไม่ให้รถแล่นไปชนท้ายรถคันที่แล่นอยู่ข้างหน้า โดยต้องทิ้งระยะให้ห่างพอสมควรที่จะชะลอความเร็วลงหรือหยุดรถได้ทันท่วงทีในเมื่อรถคันที่แล่นอยู่ข้างหน้าได้ชะลอความเร็วลงหรือต้องหยุดรถไม่ว่ากรณีใด ๆ ดังนี้ ที่จำเลยขับรถชนท้ายรถคันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ตามพฤติการณ์ดังที่ได้วินิจฉัยแล้วข้างต้น จำเลยจึงเป็นฝ่ายขับรถประมาทเลินเล่อดังที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ นับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จนั้น เห็นว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยและรับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันมาฟ้องจำเลยผู้ที่ละเมิด โจทก์ชอบ ที่จะได้รับดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปเท่านั้น และคดีได้ความจากคำของนายเชาวลิตเจ็งตระกูล ซึ่งเบิกความรับรองใบเสร็จรับเงิน เอกสารหมายจ.๙ ฟังได้ว่า โจทก์ได้ใช้ค่าเสียหายไปเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๒๘โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันดังกล่าว หามีสิทธิได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันละเมิดดังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จากต้นเงิน ๙๐,๖๖๐ บาท ให้แก่โจทก์ นับตั้งแต่วันที่๑๒ มิถุนายน ๒๕๒๘ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน ๒,๒๖๖ บาท กับให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ นอกจากที่คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5082/2533 บริษัทการ์เดียนประกันภัย(ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ นายภิเษก สุวรรณนุ่มหรือสุวรรณพุ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทการ์เดียนประกันภัย(ประเทศไทย) จำกัด · จำเลย - นายภิเษก สุวรรณนุ่มหรือสุวรรณพุ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · โสภณ จันเทรมะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายโสภณ รอดหิรัญ · ศาลอุทธรณ์ - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา