⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5115/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5115/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. 2530 มาตรา 4 ต้องเป็นผู้ที่ได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 การรอการลงโทษไม่ถือว่าเป็นการได้รับโทษและพ้นโทษแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินฯ พ.ศ. 2530มาตรา 4 หมายถึงผู้ที่ได้กระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคมพ.ศ. 2530 ซึ่งได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว ดังนั้น การที่จำเลยได้กระทำผิดก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 แต่ศาลก็ได้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่า จำเลยได้รับโทษและพ้นโทษแล้ว ไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้ จึงต้องนำโทษในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 พระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๙๗, ๑๐๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๒, ๕๘ คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายและบวกโทษของจำเลยที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษ พ้นโทษและมีโทษที่รอการลงโทษตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วพิพากษายกฟ้อง คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยมาตรา ๖๖วรรคหนึ่ง แต่การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ ประกอบด้วยมาตรา ๖๖ วรรคหนึ่ง เพียงบทเดียว จำคุก ๕ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมชั้นสอบสวนและนำสืบเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือนคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ คำขอให้เพิ่มโทษและบวกโทษให้ยก โจทก์ฎีกาขอให้บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนเข้ากับโทษของจำเลย โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่า มีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดของจำเลยข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเฮโรอีน ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๓ ปี ๔ เดือนนั้น โจทก์และจำเลยมิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว คดีจึงฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามข้อหาดังกล่าวนั้นจริงและก่อนคดีนี้จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดฐานเสพกัญชา ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๗๕๒/๒๕๒๙ และ ๑๖๑๕๔/๒๕๒๙ของศาลแขวงพระนครใต้ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๒๙ และวันที่ ๒๐พฤศจิกายน ๒๕๒๙ และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๓๔/๒๕๓๐ และ ๑๖๖๔/๒๕๓๐ของศาลแขวงพระนครเหนือ เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๓๐ และวันที่ ๘เมษายน ๒๕๓๐ ตามลำดับ ให้ลงโทษจำคุกมีกำหนดคดีละ ๑๕ วัน ปรับคดีละ ๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคดีละ ๑ ปี คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลอุทธรณ์ไม่นำคดีที่ศาลรอการลงโทษจำเลยไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้ ชอบหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา๖๐ พรรษา พ.ศ. ๒๕๓๐ ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔ ว่า "ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่าง ๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับหรือซึ่งได้พ้นโทษไปโดยผลแห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. ๒๕๓๐ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ" นั้นผู้ที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ จึงหมายถึงผู้ที่ได้กระทำความผิดก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว แต่สำหรับคดีก่อนของจำเลยนั้นแม้จะได้กระทำผิดก่อนวันที่ ๕ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ก็ตาม แต่ศาลก็ให้รอการลงโทษไว้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับโทษและพ้นโทษไปแล้ว กรณีของจำเลยไม่เข้าหลักเกณฑ์อันเป็นองค์ประกอบที่จะได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้มากระทำผิดในคดีนี้ภายในกำหนดเวลาที่ศาลให้รอการลงโทษไว้จึงต้องนำโทษในคดีก่อนมาบวกกับโทษในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษาพ.ศ. ๒๕๓๐ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นำโทษจำคุกของจำเลยที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีก่อนคดีละ ๑๕ วัน รวม ๔ คดี บวกเข้ากับโทษคดีหลัง คงเป็นโทษจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ๖๐ วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5115/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายทองใบ หรือ แดง ภู่พิพัฒน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายทองใบ หรือ แดง ภู่พิพัฒน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 40/2546ฎีกา 1142/2565ฎีกา 8944/2544ฎีกา 6043/2540ฎีกา 124/2547ฎีกา 7878/2538ฎีกา 52/2471ฎีกา 5054/2549ฎีกา 6810/2539ฎีกา 12696/2553ฎีกา 2023/2541ฎีกา 2994/2540ฎีกา 9575/2544ฎีกา 764/2508ฎีกา 4068/2556ฎีกา 6712/2547ฎีกา 3170/2533ฎีกา 1199/2509ฎีกา 7619/2546ฎีกา 6465/2547ฎีกา 829/2473ฎีกา 8074/2544ฎีกา 511/2547ฎีกา 3576/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา