⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9575/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9575/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้มาบวกเข้ากับโทษจำคุกในคดีหลังได้นั้น ต้องได้ความชัดแจ้งว่าจำเลยกระทำความผิดขึ้นอีกภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษจำเลยไว้มาบวกเข้ากับโทษจำคุกจำเลยในคดีหลังได้นั้น ต้องได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดขึ้นอีกภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1718/2543 ของศาลชั้นต้น แต่เพียงว่าจำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ จำคุก 1 ปี โดยมิได้บรรยายให้ชัดแจ้งว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้หรือไม่ เป็นกำหนดระยะเวลาเท่าใด นับแต่วันที่ศาลพิพากษา แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องต่อมาภายหลังจากที่ได้บรรยายฟ้องถึงคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 365/2543 ของศาลชั้นต้น โดยใช้ถ้อยคำว่า ภายในเวลาที่รอการลงโทษทั้งสองคดี จำเลยได้กระทำความผิดคดีนี้อีก ก็เป็นคำฟ้องที่ไม่อาจทำให้ทราบหรือเข้าใจได้ว่าคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1718/2543 ของศาลชั้นต้นนั้น ศาลรอการ ลงโทษไว้มีกำหนดเวลาเท่าใด และจำเลยกระทำความผิดนี้อีกภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าว อันจะมีผลให้ศาลมีอำนาจนำโทษจำคุกที่รอไว้มาบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ได้ ฟ้องโจทก์ในส่วนนี้ ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 และ 58 แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจนำโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1718/2543 ของศาลชั้นต้นมาบวกเข้ากับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๒๖, ๗๖, ๙๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘, ๙๒ เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายและบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดีเข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและบวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง, ๗๖ วรรคหนึ่ง ลงโทษจำคุก ๒ เดือน เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๙๗ เป็นจำคุก ๓ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน บวกโทษจำคุกจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนทั้งสองคดีเข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย รวมจำคุก ๑ ปี ๒ เดือน ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บวกโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๖๕/๒๕๔๓ ของศาลแขวงพระนครใต้ เข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย รวมจำคุก ๒ เดือน ๑๕ วัน ยกคำขอให้บวกโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๑๘/๒๕๔๓ ของศาลแขวงพระนครใต้ เข้ากับโทษในคดีนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ศาลจะนำโทษจำคุก ๑ ปี ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๑๘/๒๕๔๓ ของศาลแขวงพระนครใต้ มาบวกเข้ากับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ได้หรือไม่ เห็นว่า การรอการลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นั้น นอกจากต้องเป็นกรณีที่ศาลจะลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนั้นไม่เกินสองปีแล้ว ศาลยังจะต้องกำหนดระยะเวลาเพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัวให้เป็นที่ชัดแจ้งและแน่นอน แต่ต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ศาลพิพากษาด้วย ทั้งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๘ ในกรณีที่ศาลจะนำโทษจำคุกที่รอการลงโทษจำเลยไว้มาบวกเข้ากับโทษจำคุกจำเลยในคดีหลังได้นั้น จะต้องได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดขึ้นอีกภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ดังกล่าวด้วย เมื่อคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องในส่วนของคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๑๘/๒๕๔๓ ของศาลแขวงพระนครใต้แต่เพียงว่า จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี ฐานเสพกัญชาเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓ โดยมิได้บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งมาด้วยว่าคดีดังกล่าวศาลแขวงพระนครใต้รอการลงโทษไว้หรือไม่ เป็นกำหนดระยะเวลาเท่าใดนับแต่วันที่ศาลพิพากษา ซึ่งแม้โจทก์จะได้บรรยายฟ้องต่อมาภายหลังจากที่ได้บรรยายฟ้องถึงคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๓๖๕/๒๕๔๓ ของศาลแขวงพระนครใต้ โดยใช้ถ้อยคำว่า ภายในเวลาที่รอการลงโทษทั้งสองคดี จำเลยได้กระทำความผิดคดีนี้อีก ก็เป็นคำฟ้องที่ไม่อาจ ทำให้ทราบหรือเข้าใจได้ว่าคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๑๘/๒๕๔๓ ของศาลแขวงพระนครใต้นั้น ศาลรอการลงโทษไว้ มีกำหนดเวลาเท่าใด และจำเลยมากระทำความผิดคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าว อันจะมีผลทำให้ศาลมีอำนาจนำโทษจำคุก ๑ ปี มาบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ได้ เมื่อฟ้องโจทก์ในส่วนนี้ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ และ ๕๘ แล้ว แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพก็ไม่อาจนำโทษจำคุก ๑ ปี ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๑๘/๒๕๔๓ ของศาลแขวงพระนครใต้ มาบวกเข้ากับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ได้ ศาลอุทธรณ์ยกคำขอในส่วนนี้ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9575/2544 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายวินัย กาญจนรุ่งโรจน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายวินัย กาญจนรุ่งโรจน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดวงมาลย์ ศิลปอาชา · สมชาย จุลนิติ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายสมเกียรติ รัศมีภูผา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุริยะ เดชด่าน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1142/2565ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 124/2547ฎีกา 7878/2538ฎีกา 187/2530ฎีกา 1049/2539ฎีกา 52/2471ฎีกา 5054/2549ฎีกา 170/2539ฎีกา 6810/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 1935/2541ฎีกา 12696/2553ฎีกา 2023/2541ฎีกา 4380/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา