คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5116/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาจะใช้เงินนั้น จะสำเร็จก็ต่อเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค และโจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ให้ได้ว่าในวันออกเช็คจำเลยมีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย หรือหากผู้เสียหายนำเช็คไปขึ้นเงินธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงิน
ย่อคำพิพากษา
สาระสำคัญของความผิดฐานออกเช็คตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)(2) นั้น ถือว่าวันที่ออกเช็คเป็นวันที่ผู้ออกเช็คมีเจตนากระทำผิดและความผิดสำเร็จครบองค์ประกอบความผิดในวันที่ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค
โจทก์นำสืบแต่เพียงวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเท่านั้นซึ่งเป็นวันหลังออกเช็คหลายเดือน โดยธนาคารให้เหตุผลว่ายังไม่มีการตกลงกับธนาคาร เนื่องจากขณะนั้นจำเลยเป็นหนี้ธนาคารอยู่เต็มวงเงินเบิกเกินบัญชี มิได้นำสืบว่าในวันออกเช็คจำเลยมีเงินอยู่ในบัญชีไม่พอจะใช้เงินได้ตามเช็ค และหรือหากผู้เสียหายนำเช็คตามฟ้องไปเบิกเงินธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตามฟ้อง จำคุก ๑ ปี ๑๐ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ลักษณะความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค หรือฐานออกเช็คโดยในขณะที่ออกเช็คไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓(๑)(๒) นั้น สาระสำคัญของความผิดทั้งสองฐานนี้อยู่ที่วันออกเช็ค คือวันที่สั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็คซึ่งถือว่าเป็นวันที่ผู้ออกเช็คมีเจตนากระทำผิดแต่การกระทำของผู้ออกเช็ค ยังไม่เป็นความผิดจนกว่าธนาคารจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ดังนั้น วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจึงเป็นวันที่การกระทำความผิดสำเร็จครบองค์ประกอบของความผิด คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดในข้อหาดังกล่าว ๒กรรม คือจำเลยออกเช็คลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๔ กรรมหนึ่ง และวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ อีกกรรมหนึ่งแต่โจทก์นำสืบเพียงว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๙ และวันที่๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๙ ตามลำดับ ซึ่งเป็นวันหลังวันออกเช็คหลายเดือนโดยให้เหตุผลอย่างเดียวกันว่ายังไม่มีการตกลงกับธนาคารเนื่องจากขณะนั้นจำเลยเป็นหนี้ธนาคารอยู่เต็มวงเงินเบิกเกินบัญชีที่ทำไว้กับธนาคารเท่านั้น ไม่ได้นำสืบให้ได้ความแน่ชัดว่าในวันออกเช็คคือวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๒๙ และวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๙ นั้น จำเลยมีเงินอยู่ในบัญชีไม่พอจะใช้เงินได้ตามเช็ค และหรือหากผู้เสียหายนำเช็คตามฟ้องไปเบิกเงิน ธนาคารตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งนี้เนื่องจากจำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้กับธนาคารตามเช็คพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5116/2533
พนักงานอัยการ จังหวัดพังงา โจทก์
นายบุญส่ง เสริมอุดมรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดพังงา · จำเลย - นายบุญส่ง เสริมอุดมรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพังงา - นายชูศักดิ์ โชติวานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา