⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5278/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5278/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์มีอำนาจฟ้องบริบูรณ์แล้ว การโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาทภายหลังฟ้องคดี ไม่ทำให้สิทธิในการดำเนินคดีของโจทก์สิ้นสุดลง ผู้รับโอนทรัพย์สินพิพาทมีสิทธิร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้

ย่อคำพิพากษา

ขณะโจทก์ที่ 1 เสนอคำฟ้องต่อศาล โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองผู้กระทำละเมิด แม้ภายหลังฟ้องคดีแล้วโจทก์ที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทยกให้โจทก์ที่ 2 อำนาจฟ้องของโจทก์ที่ 1ที่บริบูรณ์อยู่แล้วยังคงมีผลอยู่ต่อไป ส่วนโจทก์ที่ 2 ผู้รับโอนเป็นผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ตามป.วิ.พ. มาตรา 57(2).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ที่ ๑ ฟ้องว่าโจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๕ จำเลยทั้งสองสร้างรั้วโดยปักเสาปูนซิเมนต์และกั้นด้วยลวดหนามรุกล้ำที่ดินของโจทก์ด้านทิศตะวันออกตลอดแนวเป็นเนื้อที่ ๕.๘ ตารางวา โจทก์บอกกล่าวแล้วขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า สร้างรั้วลงในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๔ของจำเลยทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นางเผดิมสุข ศรีวิลาศ ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม โดยอ้างว่าได้รับโอนที่ดินโฉนดเลที่ ๓๒๕ จากโจทก์ที่ ๑ ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้เรียกนางเผดิมสุขว่าโจทก์ที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อรั้วที่สร้างรุกล้ำออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๕ ของโจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองรื้อรั้วที่สร้างรุกล้ำที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๕ ของโจทก์ที่ ๒ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ขณะที่โจทก์ที่ ๑ เสนอคำฟ้องต่อศาล โจทก์ที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๒๕ตำบลบางยี่ขัน อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตามภาพถ่ายโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.๑ โจทก์ที่ ๑ จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองผู้กระทำละเมิดต่อโจทก์ที่ ๑ ได้ แม้ว่าภายหลังฟ้องคดีแล้วโจทก์ที่ ๑จดทะเบียนยกให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวของโจทก์ที่ ๑ ให้แก่โจทก์ที่ ๒ อำนาจฟ้องของโจทก์ที่ ๑ ที่บริบูรณ์อยู่แล้วยังคงมีผลอยู่ต่อไป ส่วนโจทก์ที่ ๒ ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากโจทก์ที่ ๑เป็นผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗(๒) ดังนั้น โจทก์ที่ ๑ยังคงมีอำนาจฟ้องต่อไป และศาลอนุญาตให้โจทก์ที่ ๒ เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5278/2533 นางเผื่อน ชูศรี กับพวก โจทก์ นางถนอมศรี ปัทมะสังข์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเผื่อน ชูศรี กับพวก · จำเลย - นางถนอมศรี ปัทมะสังข์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 2026/2494ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 8119/2540ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา