⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5455/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5455/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้แทนโดยชอบธรรมทำแทนผู้เยาว์ในศาล และศาลพิพากษาตามยอม ย่อมมีผลผูกพันผู้เยาว์ แม้จะมิได้มีการขออนุญาตศาลก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมทำแทนจำเลยที่ 3 ผู้เยาว์ในศาล โดยมิได้ขออนุญาตจากศาลตาม ป.พ.พ. มาตรา 1574 ก่อน แต่เป็นการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลชั้นต้นซึ่งมีอำนาจอนุญาตให้ผู้แทนโดยชอบธรรมทำแทนผู้เยาว์และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันจำเลยที่ 3 ผู้เยาว์ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 145

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยทั้งสามแล้วได้ทำสัญญาประนีประนอม-ยอมความกันมีข้อสัญญาข้อหนึ่งว่า จำเลยตกลงยกที่ดินให้แก่เทศบาลตามแนวถนนที่มีอยู่ในปัจจุบัน...ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามยอม แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่มีอำนาจทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้เยาว์ เพราะขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๕๗๔ จึงไม่มีผลผูกพันจำเลยที่ ๓ ขอให้มีคำสั่งว่าสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมไม่มีผลบังคับจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้จับกุมและกักขังจำเลยไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดี จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่า ถึงแม้สัญญาประนีประนอมยอมความจะมีผลผูกพันคู่ความ แต่ในชั้นบังคับคดีโจทก์จะบังคับคดีจำเลยที่ ๓ หาได้ไม่เพราะจำเลยที่ ๓ ไม่ได้ลงลายมือชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความ และผู้แทนโดยชอบธรรมไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์ จึงขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๗๔เป็นโมฆะมาแต่เริ่มแรก ขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิบังคับคดีส่วนของจำเลยที่ ๓ และขอให้ถอนหมายบังคับคดีส่วนของจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปัญหาว่าสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยที่ ๑ในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมทำแทนจำเลยที่ ๓ ผู้เยาว์ในศาล โดยมิได้ขออนุญาตจากศาลตามประมวล-กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๗๔ เสียก่อน จะมีผลบังคับจำเลยที่ ๓ ได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งสามกับจำเลยทั้งสามทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลชั้นต้นซึ่งมีอำนาจอนุญาตให้ผู้แทนโดยชอบธรรมทำแทนผู้เยาว์ และศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาตามยอมมีผลผูกพันจำเลยที่ ๓ ผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ จำเลยที่ ๓ ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนหมายบังคับคดีส่วนของตน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5455/2533 นางอักษร รตโนภาส กับพวก โจทก์ นายมนตรี รตโนภาส กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอักษร รตโนภาส กับพวก · จำเลย - นายมนตรี รตโนภาส กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายกิตติ กิรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 181/2495ฎีกา 2274/2537ฎีกา 360/2502ฎีกา 1492/2528ฎีกา 1138/2529ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 3996/2541ฎีกา 79/2501ฎีกา 1415/2540ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 3555/2528ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 7168/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 7051/2540ฎีกา 560/2529ฎีกา 1591/2495
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา