⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5767/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5767/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจัดการมรดกโดยผู้จัดการมรดกซึ่งมีหลายคน หากเป็นการจัดการที่ผู้จัดการมรดกส่วนใหญ่เห็นชอบ ไม่ใช่กรณีที่ผู้จัดการมรดกมีความเห็นขัดแย้งกันเท่ากันทุกฝ่าย ผู้จัดการมรดกจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของ น. ร่วมกันตามคำสั่งของศาลเมื่อผู้ร้องที่ 1 ที่ 3 ยินยอมให้ผู้ร้องที่ 1 เป็นผู้เข้ารับโอนใบอนุญาตโรงเรียนสืบต่อจาก น. แต่ผู้ร้องที่ 2คัดค้าน ดังนี้เป็นการจัดการมรดกซึ่งผู้จัดการมรดกทำการตามหน้าที่โดยเป็นฝ่ายเสียงข้างมาก ไม่ใช่เสียงเท่ากันในอันที่จะร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1726 ตามคำร้องของผู้ร้องที่ 1 ที่ 3 เป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิที่จะร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดได้ จึงไม่จำเป็นที่ศาลต้องไต่สวนคำร้องดังกล่าวส่วนการที่ผู้ร้องที่ 2 โต้แย้งคัดค้านการที่ผู้ร้องที่ 1 ขอเข้าเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตโรงเรียนนั้น หากต้องเสียหาย ก็ชอบที่จะว่ากล่าวกับผู้ร้องที่ 2เป็นคดีใหม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1715 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1726

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนางนิภา บินตวนกู ผู้ตาย ซึ่งเดิมนางไฉนพรเป็นผู้จัดการมรดกแล้วถึงแก่กรรม ต่อมาผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องที่ ๑เข้าเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตโรงเรียนปวิธศึกษา ซึ่งนางไฉนพรเข้ารับโอนสืบใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการสืบต่อจากผู้ตาย ทั้งนี้ โดยผู้จัดการมรดกเสียงข้างมากให้ผู้ร้องที่ ๑ เข้ารับโอนใบอนุญาตโรงเรียนดังกล่าวสืบแทนแต่ผู้เดียว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ตกลงยินยอมให้ผู้ร้องที่ ๑ เข้าเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตโรงเรียนปวิธศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน แต่ผู้ร้องที่ ๒ คัดค้านเป็นเหตุให้คณะกรรมการการศึกษาเอกชน มีคำสั่งให้ผู้ร้องที่ ๑ได้รับอนุญาตจากศาลเสียก่อน แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ฎีกาว่า กรณีดังกล่าวมีข้อโต้แย้งกันระหว่างผู้จัดการมรดก ชอบที่จะให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต และศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนคำร้องดังกล่าวนั้น พิเคราะห์แล้วได้ความว่าผู้ร้องทั้งสามได้เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกันตามคำสั่งของศาลชั้นต้นและผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ร่วมกันจัดการมรดกตกลงยินยอมให้ผู้ร้องที่ ๑ เข้ารับโอนใบอนุญาตโรงเรียนดังกล่าว แต่ผู้ร้องที่ ๒คัดค้าน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๒๖ บัญญัติว่า"ถ้าผู้จัดการมรดกมีหลายคน การทำการตามหน้าที่ของผู้จัดการมรดกนั้นต้องถือเอาเสียงข้างมาก เว้นแต่จะมีข้อกำหนดพินัยกรรมเป็นอย่างอื่นถ้าเสียงเท่ากัน เมื่อผู้ส่วนได้เสียร้องขอก็ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด" เห็นว่า กรณีของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ เป็นการจัดการมรดกซึ่งผู้จัดการมรดกทำการตามหน้าที่โดยเป็นฝ่ายเสียงข้างมากไม่ใช่เสียงเท่ากัน จึงเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ในอันที่จะร้องขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดโดยสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องที่ ๑ เป็นผู้เข้ารับโอนใบอนุญาตโรงเรียนดังกล่าว จึงไม่จำเป็นที่ศาลจะต้องไต่สวนคำร้องดังกล่าวของผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ ส่วนเรื่องที่ผู้ร้องที่ ๒ โต้แย้งคัดค้านในการที่ผู้ร้องที่ ๑ เข้าเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตโรงเรียนดังกล่าวเนื่องจากการจัดการมรดก หากต้องเสียหายผู้ร้องที่ ๑ ที่ ๓ชอบที่จะว่ากล่าวเอากับผู้ร้องที่ ๒ เป็นคดีใหม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5767/2533 นางเสริมสนิท นุตะมาน กับพวก ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นางเสริมสนิท นุตะมาน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิต ประไพศาล · เจริญ นิลเอสงฆ์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา