⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5799/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5799/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินที่กำหนดให้การอนุมัติหรือให้สัตยาบันของผู้จัดการมรดกเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน หากเงื่อนไขดังกล่าวไม่สำเร็จ สัญญาย่อมไม่มีผลผูกพัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โดยจำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ว.ร่วมกันมิได้เป็นคู่สัญญาด้วย เมื่อสัญญาดังกล่าวมีข้อตกลงว่า ผู้ซื้อจะชำระเงินมัดจำให้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่คณะผู้จัดการมรดกของ ว.ทั้ง 5 คน อนุมัติหรือให้สัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษร หรือนับแต่วันที่ผู้ขายแจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมรายนี้แก่ผู้ซื้อ ดังนี้เป็นการตกลงให้สัญญามีผลบังคับต่อเมื่อเงื่อนไขดังกล่าวเป็นผลสำเร็จอันเป็นสาระสำคัญในการก่อให้เกิดความผูกพันแก่ทั้งสองฝ่าย ในคดีที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ขอให้ศาลชี้ขาดในการทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกับโจทก์ จำเลยทั้งห้าแถลงต่อศาลว่าหากมีผู้เสนอราคาให้สูงกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ก็พร้อมจะเลิกสัญญากับโจทก์ โดยจำเลยที่ 4 และที่ 5 รับจะหาผู้ซื้อรายใหม่ภายในกำหนด ถ้าหาผู้ซื้อไม่ได้ ขอให้ปรับปรุงแก้ไขสัญญานั้นถือไม่ได้ว่าเป็นการอนุมัติหรือให้สัตยาบันกลับแสดงว่าจำเลยที่ 4และที่ 5 ไม่เห็นชอบ เพราะราคาที่ตกลงขายยังต่ำไป ทั้งการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องในคดีดังกล่าว และคดีถึงที่สุดแล้วย่อมทำให้เงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ไม่สำเร็จ โจทก์จะบังคับให้จำเลยทั้งห้าต้องปฏิบัติตามสัญญาในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าเป็นทายาทและเป็นผู้จัดการมรดกของหลวงไวรณการ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกได้ทำสัญญาจะขายที่ดินมรดกพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 3 แปลงให้แก่โจทก์ ในราคาตารางวาละ 65,000 บาท โดยผู้ขายมีหน้าที่ขอรังวัดสอบเขตเพื่อทราบจำนวนเนื้อที่ให้แน่นอนผู้ซื้อตกลงชำระราคาแบ่งเป็น 4 งวด งวดแรกชำระเงินมัดจำภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คณะผู้จัดการมรดกทั้งห้าคนอนุมัติ หรือให้สัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษรในการทำสัญญาซื้อขาย หรือนับแต่วันที่ผู้ขายแจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่าศาลได้มีคำสั่งหรืออนุญาตให้ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมรายนี้แก่ผู้ซื้อและภายใน 15 วันนับแต่ผู้ขายได้รับเงินมัดจำ ผู้ขายต้องแจ้งวันนัดจดทะเบียนโอนที่ดินให้โจทก์ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน หากไม่ยอมขายยอมให้บังคับตามสัญญาและชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ในกรณีที่ศาลไม่อนุญาต ให้สัญญาเป็นอันยกเลิกกันทันที ต่อมาจำเลยรับเงินมัดจำจากโจทก์แล้วแต่ไม่ออกหนังสือบอกกล่าวให้โจทก์ทราบ และไม่ติดต่อขอรังวัดสอบเขตจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 กลับมีหนังสือปฏิเสธการรับเงินมัดจำอันเป็นการผิดสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทและรับเงินค่าที่ดิน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับว่าได้ทำสัญญาและรับเงินมัดจำตามฟ้อง แต่กระทำในฐานะผู้จัดการมรดกโดยมติเสียงข้างมาก จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดนัดไม่นำเงินมัดจำมาชำระแก่กองมรดกภายในกำหนด สัญญายกเลิกแล้ว จำเลยที่ 3 ไม่ได้รับเงินมัดจำ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องในการทำสัญญาตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ทำสัญญากับโจทก์โดยฝ่าฝืนมติที่ประชุมคณะผู้จัดการมรดก จำเลยทั้งสองไม่ได้รู้เห็นในการรับเงินมัดจำ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนทำสัญญาโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาจะซื้อขายเป็นกองมรดกของร้อยเอกหลวงไวรณการมีผู้จัดการมรดกรวมห้าคนในตอนท้ายของสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทได้พิมพ์รายชื่อจำเลยทั้งห้าเป็นฝ่ายผู้ขาย คงมีแต่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 เท่านั้น ส่วนช่องที่ให้จำเลยที่ 4และที่ 5 ลงลายมือชื่อ เว้นว่างไว้ โจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 จึงได้ตกลงกำหนดเงื่อนไขไว้ในสัญญา ข้อ 4 มีความว่า"ผู้ซื้อตกลงชำระราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาให้แก่ผู้ขายดังนี้ งวดที่ 1 ชำระเป็นเงินมัดจำจำนวน 3,000,000 บาท ภายใน15 วัน นับแต่วันที่คณะผู้จัดการมรดกของร้อยเอกหลวงไวรณการทั้ง5 คน อนุมัติหรือให้สัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษร ในการทำสัญญาจะซื้อขายฉบับนี้ หรือนับแต่วันที่ผู้ขายได้แจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่าศาลได้มีคำสั่งหรืออนุญาตให้ผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายนี้ให้กับผู้ซื้อ..." เห็นว่า ตามสัญญาดังกล่าวแสดงข้อตกลงเป็นเงื่อนไขให้สัญญามีผลบังคับต่อเมื่อผู้จัดการมรดกทั้งห้าคนได้พิจารณาให้ความยินยอมหรือรับรองตามข้อตกลงที่ทำไว้ในสัญญาดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นสาระสำคัญของการก่อให้เกิดความผูกพันแก่ทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ เป็นเงื่อนไขในการที่โจทก์มีหน้าที่ชำระเงินมัดจำค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างและในขณะเดียวกัน หากยังไม่มีการอนุมัติหรือให้สัตยาบันแล้วฝ่ายจำเลยก็ยังไม่มีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์ปฏิบัติตามสัญญา และไม่มีหน้าที่ในการขอรังวัดสอบเขต เพื่อทราบจำนวนที่ดินสำหรับคำนวณราคาอันแท้จริง รวมทั้งการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทแก่โจทก์การที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 มีหนังสือไปถึงโจทก์ตอบปฏิเสธการรับเงินมัดจำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับการที่จำเลยทั้งห้าได้แถลงต่อศาลแพ่งในคดีที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ขอให้ศาลชี้ขาดในการทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกับโจทก์ ปรากฏตามภาพถ่ายรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2527 มีความว่าหากมีผู้เสนอให้ราคาสูงกว่าโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ก็พร้อมที่จะเลิกสัญญากับผู้ซื้อรายนี้ และจำเลยที่ 4 และที่ 5รับว่าจะหาผู้ซื้อรายใหม่ภายใน 35 วัน ถ้าหาผู้ซื้อไม่ได้ ก็ขอให้ปรับปรุงแก้ไขสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทโดยไม่ให้เสียเปรียบแก่กองมรดกมากนักนั้น เห็นว่า ตามบันทึกดังกล่าวหาได้มีข้อความอันจะถือว่าเป็นการอนุมัติหรือให้สัตยาบันการทำสัญญากับโจทก์แต่อย่างใดไม่แต่กลับเป็นข้อความที่แสดงว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 ยังไม่เห็นชอบด้วย โดยเห็นว่าราคาที่ตกลงขายยังต่ำไป และหากหาผู้ซื้อในราคาที่สูงกว่านี้ไม่ได้ภายในกำหนดก็ยังจะต้องปรับปรุงแก้ไขสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทกับโจทก์เพื่อประโยชน์ของทายาทในกองมรดกอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ที่ศาลแพ่งมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 3 โดยยังมิได้อนุมัติให้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์เช่นนี้ จึงเป็นกรณีที่เงื่อนไขตามสัญญาข้อ 4 ยังไม่สำเร็จลง ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 145โจทก์จะอ้างการชำระเงินมัดจำแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยมิชอบเพื่อถือเอาประโยชน์แห่งสัญญาบังคับให้จำเลยทั้งห้าในฐานะผู้จัดการมรดกต้องปฏิบัติตามสัญญามิได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5799/2533 นาย สุรพงษ์ เตชะวิบูลย์ โจทก์ นาย บุญ ทวี ไว ทยานุวัตติ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สุรพงษ์ เตชะวิบูลย์ · จำเลย - นาย บุญ ทวี ไว ทยานุวัตติ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2257/2521ฎีกา 4179/2539ฎีกา 78-85/2496ฎีกา 523/2497ฎีกา 1510/2552ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1434/2495ฎีกา 740/2493ฎีกา 6939/2552ฎีกา 1698/2515ฎีกา 1216/2538ฎีกา 2946/2549ฎีกา 641/2489ฎีกา 6592/2537ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1008/2496ฎีกา 5564/2537ฎีกา 288/2503ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 280/2536ฎีกา 2971/2543ฎีกา 17393/2555ฎีกา 451/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา