คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5807/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันจะเกิดแก่สิทธิของตนโดยมิได้จำนงให้เกิดความเสียหายแก่ฝ่ายใดเกินสมควร เป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ที่นาจำเลยตั้งอยู่เหนือที่นาโจทก์ ปกติน้ำจะไหลจากที่นาโจทก์ระบายผ่านที่นาจำเลย การที่จำเลยปิดร่องน้ำในที่นาจำเลยเพื่อมิให้ดินไหลเข้ามาทำความเสียหายแก่ต้นข้าวในที่นาของจำเลย เป็นการป้องกันความเสียหายโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จะก่อความเสียหายแก่โจทก์จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ที่นาโจทก์มีอาณาเขตทิศเหนือจดที่นาจำเลย ปกติน้ำจะไหลผ่านที่นาของบุคคลต่าง ๆ จากด้านทิศใต้ไปทางทิศเหนือ เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๘ จำเลยขุดดินถมร่องน้ำในคันนาที่กั้นระหว่างที่นาของโจทก์กับจำเลยเป็นเหตุให้น้ำท่วมขังที่นาโจทก์จนไม่สามารถทำนาได้ โจทก์จึงเปิดร่องน้ำที่จำเลยปิดกั้น แต่จำเลยกลับปิดร่องน้ำดังกล่าวอีก ภายหลังโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยเปิดร่องน้ำ จำเลยก็ยอมเปิดร่องน้ำดังกล่าวให้ แต่จำเลยกลับขุดดินถมร่องน้ำบนคันนาในที่นาของจำเลยอีกแปลงหนึ่งถัดไป ทำให้น้ำในที่นาของโจทก์ไม่สามารถระบายไปจนถึงระดับที่พอเหมาะสมที่จะทำนาได้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยเปิดทำนบที่กั้นร่องน้ำบริเวณคันนาซึ่งกั้นระหว่างที่นาของจำเลยแปลงที่อยู่ติดที่นาของโจทก์กับที่นาของจำเลยอีกแปลงหนึ่งซึ่งอยู่ด้านใน ห้ามจำเลยและบริวารทำทำนบปิดกั้นร่องน้ำและชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป
จำเลยให้การว่า ไม่ได้ปิดกั้นร่องน้ำในที่ดินของจำเลยและที่คันนาที่กั้นที่นาจำเลยกับโจทก์ เดือนกรกฎาคมถึงเดือนตุลาคม ๒๕๒๘ มิใช่ฤดูทำนาเนื่องจากฝนไม่ตกตามฤดูกาล หากที่นาโจทก์ทำนาไม่ได้ ที่นาของบุคคลอื่นก็ต้องทำนาไม่ได้ด้วย แต่ปรากฏว่าที่นาบุคคลอื่นสามารถทำนาได้โจทก์ละเลยไม่จัดการขุดคูระบายน้ำลงลำเหมืองสาธารณะ การที่โจทก์ทำนาไม่ได้ไม่ใช่ความผิดของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยปิดกั้นร่องน้ำหมายเลข ๕ ในแผนที่กลาง(บริเวณคันนากั้นระหว่างที่นาโจทก์กับจำเลย) ต่อมาจำเลยเปิดร่องน้ำหมายเลข ๕ แต่จำเลยปิดกั้นร่องน้ำหมายเลข ๔ (ร่องน้ำในที่นาของจำเลย) เป็นเหตุให้น้ำไหลกลับไปท่วมที่นาโจทก์ได้รับความเสียหาย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แต่ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามเอกสารหมาย จ.๔ ว่าหากจำเลยไม่ปิดกั้นร่องน้ำหมายเลข ๔ จะทำให้ดินไหลเข้าไปในที่นา เป็นเหตุให้ข้าวในที่นาของจำเลยเสียหาย การที่จำเลยปิดกั้นร่องน้ำดังกล่าวเพื่อป้องกันมิให้ข้าวในที่นาของจำเลยเสียหายจึงเป็นการป้องกันความเสียหายโดยชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของจำเลยดังกล่าวหากก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยหาต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5807/2533
นางประจวบ แก้วกอเอียด โจทก์
นายเผียนหรือเพียร ไฝสีดำหรือไผ่สีดำ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประจวบ แก้วกอเอียด · จำเลย - นายเผียนหรือเพียร ไฝสีดำหรือไผ่สีดำ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายพันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายพันธาวุธ ปาณิกบุตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา