คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5881/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ยังไม่ตลอดเนื่องจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นใดที่มิใช่การยับยั้งใจของตนเอง ไม่ถือเป็นเหตุยกเว้นความผิดสำหรับการพยายามกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายไปไม่ตลอดเพราะผู้เสียหายยังเล็ก อวัยวะเพศของจำเลยไม่สามารถเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายได้ จำเลยไม่ได้ยับยั้งไม่กระทำการให้ตลอดเสียเองกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นเหตุไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดดังกล่าวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗,๒๗๙ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕)พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗, ๒๗๙, ๘๐ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๓ เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา ๒๗๗ อันเป็นบทหนักที่สุดจำคุก ๘ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ และ๘๒, ๒๗๙ วรรคสอง จำเลยยับยั้งการกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเสียเองไม่ต้องรับโทษฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน ๑๓ ปี คงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙วรรคสอง ให้จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยได้หลอกลวงพาผู้เสียหายอายุ ๑๒ ปี เข้าไปในสวนโดยบอกว่าจะเอากล้วยให้ผู้เสียหาย พอถึงบริเวณที่ปลูกต้นกล้วยจำเลยได้ผลักผู้เสียหายนอนกับพื้น จากนั้นจำเลยได้ถอดกางเกงของผู้เสียหายและกางเกงของจำเลยออก แล้วจำเลยได้เอาอวัยวะเพศของจำเลยใส่ในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายร้องว่าเจ็บ ๆจำเลยจึงลุกขึ้นสวมกางเกงของจำเลย ผู้เสียหายก็ลุกขึ้นสวมกางเกงแล้ววิ่งกลับบ้าน และวินิจฉัยว่า ที่จำเลยกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายไปไม่ตลอดเป็นเพราะผู้เสียหายยังเล็ก อวัยวะเพศของจำเลยไม่สามารถเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหายได้ เมื่อผู้เสียหายร้องว่าเจ็บ จำเลยจึงต้องเอาอวัยวะเพศของตนออกจำเลยไม่ได้ยับยั้งไม่กระทำการให้ตลอดเสียเอง กรณีไม่เข้าข้อยกเว้นเหตุไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๒ จำเลยต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๐ ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ลงโทษจำเลยตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยถึง ๘ ปีนั้นเห็นว่าหนักเกินไป สมควรแก้ไข
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๗ วรรคแรก ประกอบมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด ๕ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5881/2533
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายพงษ์ศักดิ์ หรือ เบิ้ม กุลวัฒนโท จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายพงษ์ศักดิ์ หรือ เบิ้ม กุลวัฒนโท |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา