⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6094/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6094/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายของผู้เสียหาย มิใช่เหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดความเสียหาย หากความเสียหายเกิดจากการกระทำโดยประมาทของอีกฝ่ายแต่เพียงฝ่ายเดียว ผู้กระทำผิดจึงต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้น สิทธิที่รัฐกำหนดให้แก่ข้าราชการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของผู้ที่ก่อให้เกิดละเมิด ผู้เสียหายจึงมีสิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากผู้ก่อให้เกิดละเมิดได้อีก การฎีกาเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงจะกระทำไม่ได้ หากทุนทรัพย์ที่เรียกร้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนดไว้

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ที่ 2 จะขับรถจักรยานยนต์ให้โจทก์ที่ 1 และที่ 3 นั่งซ้อนท้ายมาด้วย เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แต่เหตุดังกล่าวมิใช่เหตุโดยตรงที่ทำให้รถเกิดเฉี่ยวชนกันเมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถแซงรถผู้อื่นบนสะพานล้ำเส้นทึบแบ่งกึ่งกลางถนนออกไปเฉี่ยวชนรถโจทก์ที่ 2 ซึ่งขับมาด้วยความเร็วประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหตุที่เกิดขึ้นจึงเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 แต่เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ที่ 2 เป็นข้าราชการ แม้จะมีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งในส่วนของตนตลอดจนโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นภริยาและโจทก์ที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรก็ตาม สิทธิดังกล่าวก็เป็นสิทธิที่รัฐกำหนดให้แก่ข้าราชการไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลย โจทก์ทั้งสามจึงมีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดได้อีก โจทก์ทั้งสามฟ้องให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดมาในฟ้องเดียวกันโดยแยกทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้องมา ชัดเจน เป็นส่วนของแต่ละคน เมื่อทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ 3 เรียกร้องไม่เกิน 50,000 บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3จะฎีกาเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายของโจทก์ที่ 3 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ เป็นบิดามารดาโจทก์ที่ ๓ จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน ๘๐-๐๒๔๗ สมุทรสาคร จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ ๒บรรทุกสินค้าไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทคือขับด้วยความเร็วสูงและแล่นคร่อมเส้นแบ่งกึ่งกลางถนน เป็นเหตุให้ชนกับรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ที่ ๒ ขับสวนทางมาทำให้โจทก์ที่ ๑ได้รับอันตรายสาหัส กระดูกขาขวาหักต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน๒๑,๑๙๕ บาท ไม่สามารถประกอบการงานต่อไปได้ คิดเป็นค่าเสียหาย๑๐๐,๐๐๐ บาท รถของโจทก์ที่ ๒ เสียหายเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทโจทก์ที่ ๒ ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลบาดแผลเป็นเงิน ๒,๓๓๕ บาทร่างกายและอนามัยเสื่อมสภาพคิดเป็นค่าเสียหาย ๕๐,๐๐๐ บาทโจทก์ที่ ๓ เสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท ค่าเสื่อมสภาพต่อร่างกายและอนามัยในปัจจุบันและอนาคตเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทรวมเป็นค่าเสียหายทั้งสิ้น ๒๐๔,๕๒๐ บาท และขอคิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๕,๓๓๙ บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๒๑๙,๘๕๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ที่ ๒มิใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ มิได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุในทางการที่จ้างตามคำสั่งของจำเลยที่ ๒ เหตุเกิดจากความประมาทของโจทก์ที่ ๒ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์เสียหายไม่มากดังฟ้อง และโจทก์ที่ ๒ สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๑๐๖,๑๙๕ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๐,๓๓๕ บาทแก่โจทก์ที่ ๓ จำนวน ๓,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะค่าเสียหายของโจทก์ที่ ๑ให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เพียงจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในประเด็นข้อแรกที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าเหตุเกิดจากความประมาทของโจทก์ที่ ๒ มิฉะนั้นโจทก์ที่ ๒ ก็มีส่วนประมาทก่อให้เกิดเหตุด้วยเพราะโจทก์ที่ ๒ ขับรถให้คนนั่งมาด้วยรวม ๓ คน โจทก์ที่ ๒ เห็นรถของจำเลยที่ ๑ แต่ไกลและเห็นแซงรถจักรยานยนต์คันอื่นขึ้นมา แต่โจทก์ที่ ๒ ก็ยังไม่ชะลอความเร็วไม่ขับแอบชิดซ้าย และไม่หยุดให้รถจำเลยที่ ๑ แล่นผ่านไปก่อนนั้นเห็นว่า แม้โจทก์ที่ ๒ จะขับรถจักรยานยนต์ให้โจทก์ที่ ๑ และที่ ๓นั่งซ้อนท้ายมาด้วย เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แต่เหตุดังกล่าวก็มิใช่เหตุโดยตรงที่ทำให้รถเกิดเฉี่ยวชนกัน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถแซงรถผู้อื่นบนสะพานล้ำเส้นทึบแบ่งกึ่งกลางถนนออกไปเฉี่ยวชนรถโจทก์ที่ ๒ ซึ่งขับมาด้วยความเร็วไม่เกิน๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหตุที่เกิดขึ้นจึงเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ ๑ แต่เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ที่ ๒ หามีส่วนประมาทก่อให้เกิดเหตุด้วยไม่ ฯลฯ ปัญหาสุดท้ายในประเด็นเรื่องค่าเสียหาย ซึ่งจำเลยที่ ๓ฎีกาข้อแรกเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์ทั้งสามได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการ จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยนั้น เห็นว่าแม้โจทก์ที่ ๒ จะเป็นข้าราชการมีสิทธิได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลทั้งในส่วนของตนตลอดจนโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นภริยาและโจทก์ที่ ๓ บุตรผู้เยาว์ก็ตาม สิทธิดังกล่าวก็เป็นสิทธิที่รัฐกำหนดให้แก่ข้าราชการ ไม่เกี่ยวกับความรับผิดของจำเลยเมื่อโจทก์ทั้งสามถูกทำละเมิดจึงยังมีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่ารักษาพยาบาลจากจำเลยทั้งสามผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดได้อีก ส่วนฎีกาของจำเลยที่ ๓ เกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายของโจทก์ที่ ๓ นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดมาในฟ้องเดียวกัน โดยแยกทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้องเป็นจำนวนเท่าใดมาชัดเจน เป็นส่วนของแต่ละคน มิได้เรียกร้องรวมกันมาเมื่อทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ ๓ เรียกร้องไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓จะฎีกาเกี่ยวกับจำนวนค่าเสียหายของโจทก์ที่ ๓ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6094/2533 นางอำไพ สุขสวัสดิ์ กับพวก โจทก์ นายชูชาติ ธูปประทีป จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอำไพ สุขสวัสดิ์ กับพวก · จำเลย - นายชูชาติ ธูปประทีป
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายเปรมศักดิ์ ชื่นชวน · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 142/2492ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2812/2539ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 891/2510ฎีกา 3452/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา