⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6107/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6107/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากเจตนาที่เพิ่งเกิดขึ้นในภายหลังต่างหากจากเจตนาเดิม ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน การบาดเจ็บที่ทำให้ป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน ถือเป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัส

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีความโกรธแค้น ล. และผูกใจเจ็บ เมื่อมาพบ ล. นอนอยู่ไม่ทันรู้ตัวก็ถือโอกาสเข้าทำร้าย พ. จะเข้าไปห้ามก็ถูกจำเลยชกต่อย แสดงว่าจำเลยเพิ่งมีเจตนาเกิดขึ้นในภายหลังต่างเจตนากันจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ล. ถูกชกและเตะที่บริเวณใบหน้า ดั้งจมูกหักและบวมต้องใช้เวลารักษาประมาณ 1 เดือน ทั้งหลังเกิดเหตุประมาณ 9 เดือน ก็ยังต้องหายใจด้วยรูจมูกข้างเดียว เมื่อทำงานหนักจะมีอาการปวดศีรษะหัวคิ้วและขมับ ถือได้ว่าป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันเป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรม กล่าวคือจำเลยได้ใช้กำลังกายชกต่อยนายลำพวน รังศิโยหรือรังษิโย ผู้เสียหายหลายครั้ง ถูกบริเวณใบหน้า เป็นเหตุให้ดั้งจมูกหักและบวม มีบาดแผลที่หางตา ได้รับอันตรายแก่กายป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาและประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า ๒๐ วัน และหลังจากจำเลยได้กระทำผิดดังกล่าวแล้วจำเลยได้ใช้กำลังชกต่อยนายเพ็ญ จั่นเพชร์ผู้เสียหายหลายครั้ง ถูกบริเวณศีรษะ มีบาดแผลที่ขมับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑, ๒๙๕, ๒๙๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๔ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๖ คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๙๗ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ โดยให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสอีกกระทงหนึ่ง จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน รวมกับที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๔ เดือน และปรับ๑,๐๐๐ บาท อีกกระทงหนึ่ง เป็นจำคุก ๑ ปี ๑๐ เดือน ปรับ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อแรกว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยต้องการไปพบนายลำพวนเพื่อสอบถามถึงการที่นายลำพวนได้เอาเรื่องที่จำเลยยินยอมไม่ ดำเนินคดีแก่นายลำพวนกับพวกซึ่งร่วมกันทำร้ายร่างกายจำเลยไปพูดกับชาวบ้านทั่วไปในทำนองเย้ยหยันว่า ตีศีรษะจำเลยแล้วเสียเงินค่าปรับหนึ่งพันบาทก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไร จำเลยมีความโกรธแค้นมาก เมื่อจำเลยไปพบนายลำพวนกำลังนอนพักผ่อนที่ศาลาที่พักริมทาง จำเลยเดินเข้าชกต่อยนายลำพวนในขณะที่นายลำพวนนอนเอาหมวกปิดหน้า ไม่มีการโต้เถียงทะเลาะกัน และนายลำพวนมิได้พูดเย้ยหยันจำเลย หลังจากที่ทำร้ายนายลำพวนแล้ว นายเพ็ญจะเข้าไปห้ามก็ถูกจำเลยชกที่ศีรษะ ๑ ที จนศีรษะแตก ตามพฤติการณ์แห่งคดีชี้ให้เห็นว่า จำเลยมีความโกรธแค้นนายลำพวนผู้เสียหายและผูกใจเจ็บอยากแก้แค้น แต่ยังไม่มีโอกาส เมื่อมาพบนายลำพวนผู้เสียหายนอนอยู่ไม่ทันรู้ตัวก็ถือโอกาสเข้าทำร้ายเพื่อระบายความแค้นที่เก็บไว้อันมีสาเหตุมาจากการกระทำของนายลำพวนผู้เสียหาย ส่วนการที่จำเลยชกต่อยนายเพ็ญผู้เสียหายหลังจากทำร้ายนายลำพวนแล้วนั้น จำเลยเพิ่งมีเจตนาเกิดขึ้นในภายหลังต่างเจตนากัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่ความผิดกรรมเดียวดังที่จำเลยฎีกาไม่ ปัญหาข้อต่อไปมีว่า นายลำพวนผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายลำพวนผู้เสียหายถูกทำร้ายจนกระทั่งดั้งจมูกหักและบวมต้องใช้เวลารักษาประมาณ ๑ เดือนนายแพทย์สุนทร ชินประสาทศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ตรวจบาดแผลของผู้เสียหายรายนี้เบิกความว่า บาดแผลดังกล่าวอาจจะทำให้เสียโฉมได้ และแนะนำให้ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลซึ่งมีเครื่องมือสำหรับดันดั้งจมูกออกและได้ความจากคำเบิกความของนายลำพวนผู้เสียหายว่า ถึงแม้ในขณะที่มาเบิกความต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นเวลาหลังเกิดเหตุประมาณ ๙ เดือน ก็ยังต้องหายใจด้วยรูจมูกข้างเดียวเมื่อทำงานหนักจะมีอาการปวดศีรษะ หัวคิ้วและขมับ จึงถือได้ว่าป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน เป็นอันตรายแก่กายถึงสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๘) พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6107/2533 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายวิชาญ รุณเจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นายวิชาญ รุณเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ราเชนทร์ จัมปาสุต · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4825/2553ฎีกา 4949/2540ฎีกา 1502/2550ฎีกา 400/2529ฎีกา 1447/2531ฎีกา 3987/2526ฎีกา 6178/2541ฎีกา 1093/2568ฎีกา 2848/2527ฎีกา 467/2508ฎีกา 3146/2541ฎีกา 255/2529ฎีกา 7945/2542ฎีกา 9026/2553ฎีกา 7570/2541ฎีกา 2669/2538ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา