⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 7/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2533

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โดยที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของบุคคลภายนอก ถือเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ค่าเช่าไม่เกินเดือนละห้าพันบาท และจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยฟังว่าที่พิพาทเป็นของ ท. ให้จำเลยเข้าปลูกบ้าน โจทก์ฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามมีสิทธิครอบครองในที่ดิน 1 แปลงจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันบุกรุกเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินดังกล่าวของโจทก์ และนำบริวารเข้ามาอยู่อาศัย ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสามขับไล่จำเลย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันที่จำเลยบุกรุก จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของนางทองใส บัวจันทร์มารดาของจำเลยที่ 1 นางทองใสอนุญาตให้จำเลยทั้งสองปลูกบ้านอยู่อาศัย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาท ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้ค่าเช่าไม่เกินเดือนละห้าพันบาท และจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และคดีปรากฏว่าศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าที่ดินแปลงพิพาททั้งแปลงเป็นของนายทาแล้วนายทาได้แบ่งแยกยกให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนางทองใสกับนายพัด จำเลยทั้งสองเข้าไปปลูกบ้านในที่ดินพิพาทส่วนที่นายทาแบ่งแยกยกให้เป็นของนางทองใสโดยได้รับอนุญาตจากนางทองใสที่ดินพิพาทตรงที่จำเลยทั้งสองปลูกบ้านมิใช่ที่ดินของโจทก์ทั้งสาม ดังนั้นที่โจทก์ทั้งสามฎีกาว่าที่ดินพิพาทเดิมเป็นของนางเติ่ง นางเติ่งได้ยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ทั้งสามเมื่อประมาณ 30 ปีมาแล้ว โจทก์ทั้งสามได้ครอบครองทำประโยชน์มาจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น..." พิพากษายกฎีกาของโจทก์ทั้งสาม คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้โจทก์ทั้งสาม ค่าทนายความเป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2533 นาง เบ้า ปราถ นา กับพวก โจทก์ นาง บัว เพียร บุญ ไฮ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง เบ้า ปราถ นา กับพวก · จำเลย - นาง บัว เพียร บุญ ไฮ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ