⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 777-778/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777-778/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องว่าที่ดินพิพาทเป็นของตนเองอยู่แล้ว และขอให้ศาลวินิจฉัยว่าถนนในที่ดินนั้นตกเป็นทางภารจำยอม ถือเป็นการฟ้องที่ขัดแย้งกันเองและเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทมาและได้ทำถนนดินลูกรังในที่ดินดังกล่าวใช้มาเกิน 10 ปีแล้ว ถนนดินลูกรังจึงตกเป็นทางภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 เมื่อฟ้องแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์อยู่แล้ว แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องและศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นในเรื่องทางภารจำยอมไว้ก็ตาม ก็เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น การนำสืบของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทตาม ส.ค.๑ เลขที่ ๙ ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เป็นของโจทก์ และถนนดินลูกรังในที่ดินดังกล่าวเป็นทางภาระจำยอมหรือทางสาธารณะห้ามจำเลยที่ ๑ เกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การและจำเลยที่ ๑ สำนวนแรกฟ้องแย้งว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๐๓๖ ตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๗๔ ตารางวา ซึ่งส่วนหนึ่งได้แยกออกเป็นโฉนดเลขที่ ๑๒๕๙๗ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๒๙ ตารางวา ที่ดินตามฟ้องโจทก์ ส.ค.๑ เลขที่ ๙ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๔๔ ตารางวา เป็นที่ดินของจำเลยที่ ๑ ตามโฉนดเลขที่ ๑๒๕๙๗ และโจทก์ใช้สิทธิขอคุ้มครองชั่วคราวทำให้จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถใช้สิทธิในที่ดินของจำเลยที่ ๑ ได้ขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยที่ ๑ โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริตจึงไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามที่โจทก์นำชี้ในแผนที่พิพาท ถนนดินลูกรังที่โจทก์สร้างขึ้นในที่ดินดังกล่าวเป็นทางภารจำยอมห้ามจำเลยที่ ๑ และบริวารขัดขวางการใช้ถนนของโจทก์ ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๖๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ คำขออื่นของโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ ให้ยก จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ทั้งสองสำนวน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทมาจากเจ้าของเดิม และได้ทำถนนดินลูกรังในที่ดินดังกล่าวใช้มาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ถนนดินลูกรังจึงตกเป็นทางภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๑ เมื่อฟ้องแสดงอยู่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องและศาลชั้นต้นได้กำหนดประเด็นในเรื่องทางภารจำยอมไว้ก็ตาม ก็เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาจึงไม่อาจวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวได้ ส่วนข้อเท็จจริงในคดีฟังได้ว่าที่ดินพิพาทของโจทก์คือที่ดินบางส่วนของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๐๓๖ ของจำเลยที่ ๑ โจทก์จึงไม่อาจอ้างสิทธิในที่ดินพิพาทขึ้นต่อสู้กับจำเลยที่ ๑ ได้ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777 - 778/2533 นายรักษ์ จุฬาวไลวงษ์ โจทก์ นางสาวพงษ์พิไล สินบำรุง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายรักษ์ จุฬาวไลวงษ์ · จำเลย - นางสาวพงษ์พิไล สินบำรุง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ก้าน อันนานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายเชาวน์ จันทนชูกลิ่น · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4415/2528ฎีกา 6105/2531ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 2224/2528ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา