⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1012/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์เบิกความแตกต่างจากคำฟ้องในรายละเอียดเล็กน้อย แต่สาระสำคัญยังคงเดิม ไม่ถือเป็นข้อแตกต่างที่มีผลต่อการรับฟังข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกเช็คพิพาทมอบให้จำเลยที่ 2ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อสลักหลังเช็คพิพาทและนำไปแลกเงินสดจากโจทก์ แต่โจทก์เบิกความว่าจำเลยที่ 1 นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์ เมื่อจำเลยทั้งสองรับว่าจำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คพิพาทและจำเลยที่ 2 สลักหลังเช็คพิพาทโดยจำเลยที่ 1 ได้นำเช็คพิพาทไปมอบให้โจทก์เป็นการแลกเช็คและรับเงินสดไปจากโจทก์จริง ดังนี้ข้อแตกต่างระหว่างคำฟ้องกับคำเบิกความของโจทก์ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญที่จะมีผลให้รับฟังว่าโจทก์ไม่ได้รับเช็คพิพาทไว้เพื่อชำระหนี้ โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้นำเช็คพิพาทไปชำระหนี้บุคคลผู้มีชื่อ แต่โจทก์เบิกความว่าโจทก์ได้นำเช็คพิพาทไปขายให้ ต. นั้น คำเบิกความของโจทก์หมายความว่าโจทก์นำเช็คพิพาทไปมอบให้บุคคลผู้มีชื่อเพื่อชำระหนี้ทำนองเดียวกับที่โจทก์กล่าวในคำฟ้อง ดังนี้หาเป็นการแตกต่างกันไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คพิพาท ลงวันที่ 5 ตุลาคม2526 สั่งจ่ายเงิน 50,000 บาท มอบแก่จำเลยที่ 2 ต่อมาวันที่5 กันยายน 2526 จำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อสลักหลังเช็คพิพาทแล้วนำไปแลกเงินสดจากโจทก์ โจทก์นำเช็คไปชำระหนี้แก่ผู้มีชื่อ เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระเงิน ผู้มีชื่อนำเช็คเข้าบัญชี เพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2526ให้เหตุผลว่าบัญชีปิดแล้ว ผู้มีชื่อนำเช็คพิพาทพร้อมใบคืนเช็คมาคืนโจทก์และขอรับเงินไปจากโจทก์แล้วจำนวน 50,000 บาท โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันชำระเงินตามเช็คและค่าเสียหายถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 50,562 บาทพร้อมค่าเสียหายอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 50,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คตามกฎหมายเพราะโจทก์ไม่ได้แสดงให้เห็นชัดว่า โจทก์ได้รับโอนเช็คพิพาทมาอย่างไร โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทโดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัลจริง แต่เช็คดังกล่าวลงวันที่ 5 ตุลาคม 2524โจทก์ปลอมลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ในรายการวันสั่งจ่าย และแก้ไขวันสั่งจ่ายจากปี 2524 เป็นปี 2526 เช็คพิพาทจึงเสียไป และฟ้องโจทก์ขาดอายุความเมื่อต้นปี 2525 จำเลยที่ 1 เรียกประชุมเจ้าหนี้รวมทั้งโจทก์ด้วย โจทก์ยอมรับชำระหนี้ตามเช็คพิพาทจากจำเลยที่ 1และจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้แก่โจทก์ไปแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธินำเช็คพิพาทมาฟ้องจำเลยทั้งสองอีก ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่17 ตุลาคม 2526 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องไม่ให้เกิน 562 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีประเด็นที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประเด็นแรกว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 ตามฟ้องหรือไม่ ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ออกเช็คพิพาทมอบให้ จำเลยที่ 2ต่อมาวันที่ 5 กันยายน 2526 จำเลยที่ 2 ได้ลงชื่อสลักหลังเช็คและนำไปแลกเงินสดจากโจทก์ แต่โจทก์เบิกความแตกต่างไปว่า จำเลยที่ 1 นำเช็คพิพาทไปแลกเงินสดจากโจทก์เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2524นั้น เห็นว่า แม้คำฟ้องกับคำเบิกความของโจทก์แตกต่างกันจริงตามฎีกาของจำเลยทั้งสอง แต่จำเลยทั้งสองเองก็รับว่าจำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คพิพาทและจำเลยที่ 2 สลักหลังเช็คพิพาท โดยจำเลยที่ 1 ได้นำเช็คพิพาทไปมอบให้โจทก์เป็นการแลกเช็คและรับเงินสดไปจากโจทก์จริง จึงเห็นว่าข้อแตกต่างระหว่างคำฟ้องกับคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าว ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญที่จะมีผลให้รับฟังว่าโจทก์ไม่ได้รับเช็คพิพาทไว้เพื่อชำระหนี้ ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าโจทก์ได้นำเช็คพิพาทไปชำระหนี้บุคคลผู้มีชื่อ แต่โจทก์เบิกความขัดกับคำฟ้องว่า โจทก์ได้นำเช็คพิพาทไปขายให้นายตั้งเม้ง แซ่แต้ นั้น เห็นว่าคำเบิกความของโจทก์ที่ว่าได้นำเช็คพิพาทไปขายให้นายตั้งเม้ง ย่อมมีความหมายว่าโจทก์นำเช็คพิพาทไปมอบให้บุคคลผู้มีชื่อเพื่อชำระหนี้ทำนองเดียวกับที่โจทก์กล่าวในคำฟ้อง หาเป็นการแตกต่างกันดังฎีกาของจำเลยทั้งสองไม่ จึงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 ตามฟ้อง..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2534 นาง วัลลีย์ นิล ดำ โจทก์ นาย ณ รงค์ สร้อยอำภา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วัลลีย์ นิล ดำ · จำเลย - นาย ณ รงค์ สร้อยอำภา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · ชุม สุกแสงเปล่ง · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 2257/2519ฎีกา 3549/2528ฎีกา 1610/2498ฎีกา 3117/2535ฎีกา 2766/2528ฎีกา 3621/2551ฎีกา 4306/2528ฎีกา 899/2487ฎีกา 39/2530ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1500/2542ฎีกา 2295/2543ฎีกา 810/2536ฎีกา 857/2511ฎีกา 147/2534ฎีกา 199/2535ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1805/2512ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3190/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ