⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1418/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถในบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน และต้องหยุดรถให้คนเดินเท้าข้ามถนนให้พ้นไปก่อน หากผู้ขับขี่ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ผู้ขับขี่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามที่ศาลกำหนดตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด แม้ผู้เสียหายจะไม่ได้เป็นผู้ออกค่ารักษาพยาบาลเองก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บริเวณที่เกิดเหตุการจราจรคับคั่ง ประชาชนสัญจรไปมาจำนวนมาก จำเลยควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถ ต้องหยุดรถให้กลุ่มคน เดินข้ามถนนผ่านพ้นไปก่อน การที่จำเลยกลับขับแซงรถยนต์โดยสาร ประจำทางที่จอดอยู่ขึ้นไป โดยไม่ดูทางข้างหน้าให้ปลอดภัยเสียก่อน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยขับชนและทับขาโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดังนี้เหตุเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 การที่จำเลยขับรถยนต์ทับขาโจทก์ เป็นเหตุให้แพทย์ต้อง ทำการผ่าตัดขาข้างซ้ายตั้งแต่ใต้เข่าออกและใส่ขาเทียมให้โจทก์ แม้โจทก์จะไม่มีใบเสร็จรับเงินมาแสดงว่าได้เสียค่ารักษาพยาบาล ไปจำนวนเท่าใด ศาลก็กำหนดให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรง แห่งละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 438 วรรคแรก และแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องจากผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดต้องระงับไป ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องสูญเสียขาและใส่ขาเทียมเพื่อสามารถ เดินและประกอบอาชีพได้เป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหาย อย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 วรรคแรก โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ต้องรับผิด ในผลแห่งการละเมิดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.446

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขับรถในทางการที่จ้างและเพื่อการค้าของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทชนและทับโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสขอบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ 1ไม่ได้เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 ไม่มีหน้าที่ขับรถยนต์ จำเลยที่ 2ไม่ได้ใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ด้วยความระมัดระวังไม่ได้ประมาท แต่โจทก์เองเป็นฝ่ายประมาทโดยวิ่งตัดหน้ารถยนต์ที่จำเลยขับโดยกะทันหันในระยะกระชั้นชิดค่าเสียหายไม่เกิน 23,000 บาท และโจทก์มิได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลส่วนราชการออกเงินค่ารักษาพยาบาลให้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่ารักษาพยาบาล ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 105,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า"ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่าวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-5740 อุดรธานี เฉี่ยวชนโจทก์ล้มลง ทับขาข้างซ้ายของโจทก์ โจทก์ต้องตัดขาข้างซ้ายตั้งแต่ใต้เข่าออก ปรากฏตามใบรับรองแพทย์ เอกสารหมาย จ.3 คดีมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 ในข้อแรกว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 หรือไม่ บริเวณที่เกิดเหตุมีการจราจรคับคั่งประชาชนสัญจรไปมาจำนวนมาก ในภาวะเช่นนั้นจำเลยที่ 1 ควรใช้ความระมัดระวังในการขับรถ ต้องหยุดรถให้กลุ่มคนเดินข้ามถนนผ่านพ้นไปเสียก่อนแต่จำเลยที่ 1 กลับขับแซงรถยนต์โดยสารประจำทางที่จอดอยู่ขึ้นไป โดยไม่ดูทางด้านหน้าให้ปลอดภัยเสียก่อน เป็นเหตุให้รถที่จำเลยที่ 1 ขับชนและทับขาโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้เหตุที่เกิดขึ้นจึงเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อสุดท้ายว่า ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายสูงเกินกว่าความเป็นจริง เห็นว่า จำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันเกิดเหตุทับขาโจทก์ โจทก์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า แพทย์ทำการผ่าตัดขาข้างซ้ายตั้งแต่ใต้เข่าออกและใส่ขาเทียมให้โจทก์ ปรากฏตามใบรับรองแพทย์เอกสารหมาย จ.3 แม้โจทก์จะไม่มีใบเสร็จรับเงินมาแสดงว่าได้เสียค่ารักษาพยาบาลไปจำนวนเท่าใดศาลก็กำหนดให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 438 วรรคแรก ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่ารักษาพยาบาลให้10,000 บาท นั้น นับว่าเหมาะสมแล้ว และแม้โจทก์จะไม่ได้เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ก็ไม่ทำให้สิทธิของโจทก์ผู้ถูกละเมิดที่จะเรียกร้องจากจำเลยที่ 2 ผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดต้องระงับไปแต่อย่างใด ส่วนค่าใส่ขาเทียมปรากฏว่าโจทก์จะต้องใส่ไปจนตลอดชีวิต และจะต้องเปลี่ยนจนกว่าโจทก์จะโตเป็นผู้ใหญ่รวมทั้งหมด 7 ครั้ง ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้เป็นเงิน 35,000 บาท นั้นพอสมควรแล้ว และในกรณีทำให้เขาเสียหายแก่ร่างกาย ผู้ต้องเสียหายมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 วรรคแรกค่าเสียหายที่โจทก์ต้องสูญเสียขาให้แพทย์ใส่ขาเทียมเพื่อสามารถเดินและประกอบอาชีพได้ย่อมเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินตามบทมาตราดังกล่าวซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยที่ 2 ผู้ต้องรับผิดในผลแห่งการละเมิดได้ ส่วนจำนวนค่าเสียหายโจทก์ควรจะได้รับเท่าใดนั้น ศาลวินิจฉัยให้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2534 เด็ก ชาย สม มา รถ บุศย์ ประสิทธิ์ ฯ โจทก์ นาย สม ชาญ ทอง พรหม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เด็ก ชาย สม มา รถ บุศย์ ประสิทธิ์ ฯ · จำเลย - นาย สม ชาญ ทอง พรหม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ