⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1672/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลในคดีอาญาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในประเด็นที่ต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันกับคดีแพ่งแล้ว ศาลในคดีแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญานั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการกระทำอันเดียวกันเป็นคดีอาญาต่อศาลแขวงในข้อหาหมิ่นประมาท ศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีอาญาแล้วว่า พยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวซึ่งมีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันว่าจำเลยได้กล่าวข้อความใส่ความโจทก์ต่อผู้อื่นอันฝ่าฝืนความจริงหรือไม่ ดังนี้ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.423

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยได้กระทำละเมิดโจทก์ด้วยการกล่าวข้อความใส่ความโจทก์ต่อผู้อื่นว่า "ศิริพรบอกว่าธีระนันท์ทำเสน่ห์พี่เยาว์ พี่เยาว์จะเรียกธีระนันท์เข้าไปคุยในห้อง 2 คน ปิด>ห้องคุยกันเป็นชั่วโมง ๆ สองคนนี้ต้องมีอะไรกันแน่ ๆ" ซึ่งมีความหมายว่าโจทก์มีความสัมพันธ์ในทางชู้สาวกับนายธีระนันท์อันฝ่าฝืนต่อความจริงเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติคุณ ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาและศาลแขวงพระนครใต้ได้พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์แล้ว ตามคำพิพากษาของศาลแขวงพระนครใต้คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5699/2528 ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน50,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กล่าวใส่ความโจทก์ด้วยข้อความตามที่โจทก์นำมาฟ้อง ความจริงจำเลยกล่าวตามคำพูดของนางสาวศิริพรที่ปรับทุกข์กับจำเลยว่า "สงสัยธีระนันท์จะทำเสน่ห์พี่เยาว์ เพราะไม่เคยเห็นถูกดุเลย เรียกเข้าไปคุยแต่ละครั้งเป็นชั่วโมง แต่ตัวนางสาวศิริพรเองถูกดุถูกว่าทุกวัน" ซึ่งเป็นการรายงานให้โจทก์ทราบถึงเหตุที่นางสาวศิริพรพนักงานคนหนึ่งของบริษัทที่ลาออกไปขณะโจทก์มาสอบถามจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิดโจทก์ไม่เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 30,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย "จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เมื่อคดีในส่วนอาญานั้นได้ถึงที่สุดโดยศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานจของโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ ปรากฏตามสำเนาคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 1055/2531 ซึ่งมีจ่าศาลรับรองว่าถูกต้อง ดังนั้นในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญานั้น เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับการกระทำอันเดียวกันนี้เป็นคดีอาญาต่อศาลแขวงพระนครใต้ในข้อหาหมิ่นประมาท เมื่อศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาแล้วว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวซึ่งมีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยอย่างเดียวกันว่าจำเลยได้กล่าวข้อความใส่ความโจทก์ต่อผู้อื่นอันฝ่าฝืนต่อความจริงหรือไม่ ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 เช่นนี้การกระทำของจำเลยจุงไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ตามฟ้อง..." พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1672/2534 นาง เยาวลักษณ์ อุทิศกุ ล โจทก์ นางสาว มยุรี เลิศอุดมศักดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง เยาวลักษณ์ อุทิศกุ ล · จำเลย - นางสาว มยุรี เลิศอุดมศักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย กันนะ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1917/2559ฎีกา 1479/2542ฎีกา 481/2526ฎีกา 3023/2533ฎีกา 6405/2550ฎีกา 4273-4274/2534ฎีกา 1308/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1482/2538ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1982/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 1913/2534ฎีกา 3119/2558ฎีกา 11216/2555ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1712/2551ฎีกา 1948/2520ฎีกา 533/2521ฎีกา 1049/2522ฎีกา 451/2531ฎีกา 276/2520ฎีกา 7339/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ