⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1732/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าจำเลยแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจำเลยกระทำโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวน

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม โทษจำคุกคงเป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่ปรับ บทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยโดยระบุวรรคให้ถูกต้องอันเป็นการแก้ไข เล็กน้อย และคงลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยยังมิได้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมิได้มีการกระทำโดยทุจริตนั้น การที่ จะวินิจฉัยว่าจำเลยแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ และจำเลยกระทำโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้อง พิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 คืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุก 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน คืนของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 335 (1),(11) วรรคสาม) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุก 1 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสาม (ที่ถูกมาตรา 335 (1),(11) วรรคสาม) ส่วนโทษจำคุกคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่ปรับบทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยโดยระบุวรรคให้ถูกต้องอันเป็นแก้ไขเล็กน้อย เมื่อศาลอุทธรณ์คงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยยังมิได้แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมิได้มีการกระทำโดยทุจริตนั้น เห็นว่า การที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และจำเลยกระทำโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานในสำนวนอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2534 อัยการ สมุทรสาคร โจทก์ นาย นงค์ โฉมศ รี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สมุทรสาคร · จำเลย - นาย นงค์ โฉมศ รี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · ถาวร ตันตราภรณ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา