⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1828/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1828/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แถบบันทึกเสียงจะเป็นพยานหลักฐานที่รับฟังได้ ต้องมีพยานอื่นสนับสนุนให้เชื่อได้ว่าเสียงในแถบบันทึกเป็นของบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง.

ย่อคำพิพากษา

แถบบันทึกเสียงเป็นพยานวัตถุ แต่เสียงในแถบบันทึกเสียงที่จำเลยอ้างว่าเป็นเสียงโจทก์นั้น จำเลยมีตัวจำเลยเพียงปากเดียวเบิกความว่าเป็นเสียงของโจทก์ที่พูดโต้ตอบกับจำเลยโดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนให้น่าเชื่อว่าเป็นเสียงของโจทก์โจทก์ปฏิเสธว่าเสียงในแถบบันทึกเสียงไม่มีเสียงของโจทก์และโจทก์ไม่ได้พูดโต้ตอบกับจำเลยดังที่ปรากฏในเอกสารที่จำเลยอ้างว่าถอดจาก แถบบันทึกเสียง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เคยพูดโต้ตอบกับจำเลยตามเสียง ที่บันทึก ไว้ในแถบบันทึกเสียง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้ 70,000 บาท และดอกเบี้ย21,000 บาท รวมเป็นเงิน 91,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจากเงินต้น 70,000 บาท ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้ให้โจทก์เสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ และไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ในเรื่องกู้เงินรายนี้ ภาพถ่ายหนังสือสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องนั้นเป็นเรื่องที่นายณรงค์กับโจทก์สมคบกันด้วยความทุจริตกรอกข้อความพร้อมจำนวนเงินเอาเอง โดยจำเลยไม่รู้เห็นเป็นใจด้วย หนังสือสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 91,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากเงินต้น 70,000 บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามฟ้องหรือไม่...และที่จำเลยฎีกาอีกว่า แถบบันทึกเสียงเป็นพยานวัตถุ เมื่อจำเลยนำแถบบันทึกเสียงมาเปิดต่อหน้าศาลย่อมรับฟังเสียงในแถบบันทึกเสียงได้ว่าโจทก์ไม่ได้ให้จำเลยกู้เงินหาต้องถอดแถบบันทึกเสียงออกเป็นลายลักษณ์อักษรหรือคัดสำเนาส่งให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งนั้น เห็นว่า แถบบันทึกเสียงหมาย ล.3 เป็นพยานวัตถุดังที่จำเลยฎีกา แต่เสียงในแถบบันทึกเสียงหมาย ล.3ที่จำเลยอ้างว่าเป็นเสียงของโจทก์นั้น จำเลยมีตัวจำเลยเพียงปากเดียวเบิกความว่าเป็นเสียงของโจทก์ที่พูดโต้ตอบกับจำเลย โดยจำเลยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนให้น่าเชื่อว่าเป็นเสียงของโจทก์ดังข้ออ้างของจำเลย ส่วนโจทก์เบิกความยืนยันว่าเมื่อฟังเสียงในแถบบันทึกเสียงแล้วไม่มีเสียงของโจทก์เลยและเมื่ออ่านข้อความเอกสารหมาย ล.2 ที่จำเลยอ้างว่าถอดจากแถบบันทึกเสียงหมาย ล.3 แล้วโจทก์ยืนยันว่าในวันที่จำเลยไปหาโจทก์ที่บ้าน โจทก์ไม่ได้พูดโต้ตอบกับจำเลยดังที่ปรากฏในเอกสารหมาย ล.2 ดังนั้น จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เคยพูดโต้ตอบกับจำเลยตามเสียงที่บันทึกไว้ในแถบบันทึกเสียงหมาย ล.3 พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวมีเหตุผลดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยทำให้เชื่อได้ว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามฟ้องจริง..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1828/2534 นาง วา รินทร์ ถ่ายสูงเนิ น โจทก์ นาย สุด ตา วงศ์ นรา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง วา รินทร์ ถ่ายสูงเนิ น · จำเลย - นาย สุด ตา วงศ์ นรา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 2257/2519ฎีกา 3549/2528ฎีกา 1610/2498ฎีกา 3117/2535ฎีกา 2766/2528ฎีกา 3621/2551ฎีกา 4306/2528ฎีกา 899/2487ฎีกา 39/2530ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1500/2542ฎีกา 2295/2543ฎีกา 810/2536ฎีกา 857/2511ฎีกา 147/2534ฎีกา 199/2535ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1805/2512ฎีกา 1166/2491ฎีกา 3190/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ