⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1966/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่วินิจฉัยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วย่อมเป็นที่สุด โจทก์จะฟ้องโต้แย้งคำวินิจฉัยดังกล่าวในเนื้อหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายไม่ได้ เว้นแต่จะกล่าวอ้างความไม่สมบูรณ์ของกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการฯ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่นายทะเบียนฯ ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนให้เพราะเห็นว่าเป็นเครื่องหมายการค้าที่มี ลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว โจทก์จึงอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าคณะกรรมการฯ มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนฯ โจทก์เห็นว่าคำสั่งของคณะกรรมการฯ ไม่ตรงด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่มีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าพิพาทได้ถูกนายทะเบียนฯ เพิกถอนแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทได้ เมื่อปรากฏว่าคณะกรรมการฯวินิจฉัยว่า การเพิกถอนเครื่องหมายการค้ายังไม่ครบ 12 เดือนนับแต่วันที่นายทะเบียนฯ สั่งเพิกถอน จึงต้องถือว่าเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วยังอยู่ในระยะเวลาที่เจ้าของจะใช้สิทธิยื่นขอจดทะเบียนได้ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2474 มาตรา 38 ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วได้ถูกเพิกถอนแล้ว จึงไม่อาจรับฟังได้ และคำฟ้องของโจทก์เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความเห็นในเนื้อหาแห่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ว่าไม่ถูกต้อง โจทก์มิได้กล่าวอ้างความไม่ถูกต้องสมบูรณ์ของคำวินิจฉัยดังกล่าว อาทิความบกพร่องของการเป็นกรรมการ ความไม่ชอบของการประชุมหรือการออกเสียงลงคะแนน เป็นต้น คำวินิจฉัยของคณะกรรมการฯ ย่อมเป็นที่สุดตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 19 เบญจ วรรคท้ายโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.16 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.35 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.36 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.37 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.38

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกเป็นคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามกฎหมายโจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า อันมีใบสลากประกอบด้วยรูปนกเพนกวินเป็นสาระสำคัญ แต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพราะเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำสั่งนี้ไม่ตรงด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กล่าวคือเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นนั้นไม่ได้ต่ออายุการใช้แล้ว และนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็ได้เพิกถอนออกจากทะเบียนแล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 37และต่อมาเจ้าของเดิมก็ได้แสดงเจตนาไม่ประสงค์จะใช้แล้วเครื่องหมายการค้านี้จึงไม่อยู่ในทะเบียนอย่างสิ้นเชิง โจทก์ได้รับสิทธิในการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอันมีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกันได้ คำสั่งของจำเลยทั้งหกไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 393/2529 และสั่งให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามคำขอเลขที่ 156686 จำเลยทั้งหกให้การว่า คำสั่งของจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้วเนื่องจากเครื่องหมายการค้าที่โจทก์จดทะเบียนเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว แม้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะเพิกถอนเครื่องหมายการค้านี้ออกจากทะเบียนเพราะเจ้าของเดิมไม่ต่ออายุการใช้ แต่ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 38 ก็บัญญัติว่าถ้ามีการขอจดทะเบียนขึ้นมาภายใน 12 เดือน นับแต่วันเพิกถอนก็ให้ถือว่าเครื่องหมายนั้นยังอยู่ในทะเบียน เมื่อโจทก์มาขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้ภายใน12 เดือน โดยที่โจทก์ไม่ใช่ผู้มีสิทธิขอจดได้ตามมาตรา 38 ทั้งนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็ได้ปฏิเสธคำขอของเจ้าของเดิมที่ขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้านี้ออกจากทะเบียนเพราะนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้เพิกถอนไปก่อนแล้ว ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 37 เจ้าของเดิมไม่มีสิทธิมาขอถอนอีกได้การแสดงเจตนาของเจ้าของเดิมไม่มีผลเปลี่ยนแปลงของกฎหมายดังกล่าวโจทก์จึงไม่มีสิทธิขอจดได้ คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนให้โจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ทั้งคำสั่งของจำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าก็เป็นที่สุดแล้วตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 19 เบญจ วรรคสามโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้เพราะโจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวินิจฉันหรือสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ใช่เพียงแต่โต้แย้งความเห็นและข้อเท็จจริงอันจะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2474 มาตรา 19 เบญจ วรรคสาม และคำวินิจฉัยอุทธรณ์เครื่องหมายการค้าของจำเลยทั้งหกที่ยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์และจำเลยทั้งหกอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง คำวินิจฉัยของจำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าชอบแล้ว และเป็นที่สุดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2474 มาตรา 19 เบญจวรรคท้าย พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายชอร์ ยิงเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิพาท แต่นายชอร์ ยิงไม่ขอต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาท นายทะเบียนจึงสั่งเพิกถอนเครื่องหมายการค้าพิพาทออกจากทะเบียนเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2529วันที่ 30 มิถุนายน 2529 โจทก์ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาท วันที่ 21 กรกฎาคม 2529 นายชอร์ ยิง ได้โอนเครื่องหมายการค้าพิพาทให้บุคคลอื่น และผู้รับโอนได้ขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทแต่นายทะเบียนปฏิเสธไม่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทให้ผู้รับโอน ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม 2529นายทะเบียนปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทให้โจทก์วันที่ 11 กันยายน 2529 นายชอร์ ยิง ได้ขอถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาท แต่นายทะเบียนได้แจ้งว่าเครื่องหมายการค้าพิพาทได้ถูกเพิกถอนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 37 แล้ว หากประสงค์จะสละสิทธิตามมาตรา 38ก็ให้ทำหนังสือแจ้งมาใหม่ แต่ไม่มีหนังสือของนายชอร์ ยิง แจ้งสละสิทธิดังกล่าว วันที่ 18 ธันวาคม 2529 คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า วันที่ 3ตุลาคม 2529 นายชอร์ ยิง ได้ขอถอนหนังสือที่ขอถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทและกลับขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทใหม่เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2530 ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ และคำวินิจฉัยของจำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าถูกต้องหรือไม่ ในปัญหาข้อแรกโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าแต่นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนให้เพราะเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว โจทก์จึงอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าซึ่งได้แก่จำเลยทั้งหกนี้ จำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีคำสั่งยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า โจทก์ฟ้องโดยอ้างในคำฟ้องว่าคำสั่งดังกล่าวของจำเลยทั้งหกไม่ตรงด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพราะเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่มีลักษณะคล้ายกับเครื่องหมายการค้าพิพาทนั้นได้ถูกนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิกถอนแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิพาทได้ ซึ่งตามคำสั่งของจำเลยทั้งหกเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ปรากฏว่าจำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยว่า การเพิกถอนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 92971 ยังไม่ครบ 12 เดือน นับแต่วันที่นายทะเบียนสั่งเพิกถอน จึงต้องถือว่าเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วยังอยู่ในระยะเวลาที่เจ้าของจะใช้สิทธิยื่นขอจดทะเบียนได้ตามมาตรา 38 ฉะนั้นข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วได้ถูกเพิกถอนแล้วจึงไม่อาจรับฟังได้ว่า เช่นนี้จะเห็นได้ว่า คำฟ้องของโจทก์เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและความเห็นในเนื้อหาแห่งคำวินิจฉัยของจำเลยทั้งหกในฐานะคณะกรรมการเครื่องหมายการค้านั้นเองว่าไม่ถูกต้องชอบธรรม โจทก์มิได้กล่าอ้างความไม่ถูกต้องสมบูรณ์ของคำวินิจฉัยดังกล่าว อาทิความบกพร่องของการเป็นกรรมการ ความไม่ชอบของการประชุมหรือการออกเสียงลงคะแนน เป็นต้น เมื่อคำวินิจฉัยของจำเลยทั้งหกเป็นคำวินิจฉัยของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจึงย่อมถึงที่สุดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า มาตรา 19 เบญจ วรรคท้าย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาอื่นต่อไป" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2534 นาย ยุ ทธพร กฤตยาเกียร ณ โจทก์ อธิบดี กรมทะเบียนการค้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ยุ ทธพร กฤตยาเกียร ณ · จำเลย - อธิบดี กรมทะเบียนการค้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · ชุม สุกแสงเปล่ง · อุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ