⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2153/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2153/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งต้องมีคำขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้กระทำการหรืองดเว้นการกระทำในส่วนที่จำเลยโต้แย้งสิทธิของตน.

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องแย้งจะต้องเป็นคำฟ้องที่มีสภาพแห่งข้อหาว่า โจทก์โต้แย้งสิทธิของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมอย่างไร และคำขอบังคับคือจะให้ศาลบังคับโจทก์ให้กระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างไรในเรื่องที่ถูกโต้แย้งสิทธิ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ฟ้องแย้งของจำเลยไม่มีคำขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้กระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างไรบ้าง ส่วนคำขอท้ายฟ้องแย้งที่ว่าขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทตามกรอบสีแดงท้ายฟ้องแย้งเป็นสิทธิของจำเลยนั้น หาใช่คำขอบังคับโจทก์ไม่ คำขอส่วนนี้ศาลวินิจฉัยได้ตามฟ้องเดิมอยู่แล้ว จึงไม่เป็นฟ้องแย้งที่ศาลจะรับไว้พิจารณา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองร่วมกันในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต่อมาจำเลยทั้งสองซึ่งมีที่ดินติดต่อกับที่ดินของโจทก์บุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์อ้างว่าเป็นที่ดินของบิดาจำเลยที่ 2 ยกให้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิด ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาท ให้ส่งมอบที่ดินให้โจทก์ตามสภาพเดิมและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การและจำเลยที่ 2 ฟ้องแย้งว่า ตามคำฟ้องของโจทก์เป็นการโต้แย้งสิทธิของจำเลยที่ 2 ที่ดินพิพาทเดิมบิดาจำเลยที่ 2 ได้ครอบครองทำประโยชน์มีเนื้อที่ 50 ไร่ เมื่อบิดาถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับมรดกและได้ครอบครองทำประโยชน์ต่อมา จำเลยที่ 2 ย่อมได้สิทธิครอบครองที่พิพาท เพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองและบังคับตามสิทธิของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงฟ้องแย้งโจทก์ทั้งสอง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องตามกรอบสีแดงเป็นสิทธิของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องแย้งจะต้องเป็นคำฟ้องที่มีสภาพแห่งข้อหาว่า โจทก์โต้แย้งสิทธิของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมอย่างไรบ้าง และคำขอบังคับคือจะให้ศาลบังคับโจทก์ให้กระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างไรในเรื่องที่ถูกโต้แย้งสิทธิ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น คือ จำเลยมีสิทธิที่อ้างว่าถูกโจทก์โต้แย้งอย่างไร ทั้งนี้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง และมาตรา 177วรรคสาม แต่ตามคำฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ไม่มีคำขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้กระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างไรบ้าง ส่วนคำขอท้ายฟ้องแย้งที่ว่าขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทตามกรอบสีแดงท้ายฟ้องแย้งเป็นสิทธิของจำเลยที่ 2 นั้น หาใช่คำขอบังคับโจทก์ไม่ คำขอในส่วนนี้ศาลวินิจฉัยตามคำฟ้องเดิมได้อยู่แล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2153/2534 นาย เผ่า พงษ์ เผ่า เผด็จการ กับพวก โจทก์ นาย ธนพล ปานจินดา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เผ่า พงษ์ เผ่า เผด็จการ กับพวก · จำเลย - นาย ธนพล ปานจินดา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพ็ง เพ็งนิติ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7903/2568ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3601/2526ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 72/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา