คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกเช็คหลายฉบับเพื่อชำระหนี้ แม้จะลงวันเดียวกันและถูกปฏิเสธการจ่ายเงินในวันเดียวกัน ก็อาจถือเป็นความผิดหลายกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ได้ หากมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับแยกจากกัน
ย่อคำพิพากษา
แม้เช็คพิพาททั้งหกฉบับที่จำเลยสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์จะลงวันออกเช็ควันเดียวกัน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช็คทุกฉบับในวันเดียวกันก็ตาม การออกเช็คพิพาทดังกล่าวจำเลยอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แยกออกจากกันได้ จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนรางน้ำรวม 6 ฉบับ มอบให้นางจมรี ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้ ทุกฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2531 ต่อมาเมื่อเช็คถึงกำหนด ธนาคารผู้จ่ายได้ปฏิเสธการจ่ายเงินเช็คทั้ง 6 ฉบับ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และนับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ช.6106/2531 ของศาลชั้นต้นด้วยจำเลยให้การปฏิเสธแต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา นางจมรี พานิชพันธุ์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและยื่นคำให้การใหม่รับสารภาพว่าได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3 จำเลยออกเช็ค 6 ฉบับ เป็นความผิด 6 กรรมต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91เช็คตามเอกสารหมาย จ.2, จ.4 และ จ.6 จำคุกกระทงละ 1 ปีเช็คตามเอกสารหมาย จ.8 และ จ.12 จำคุกกระทงละ 6 เดือนเช็คตามเอกสารหมาย จ.10 จำคุก 3 เดือน รวมเป็นจำคุก 4 ปี 3 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกจำเลย 2 ปี 10 เดือน จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษกรรมเดียวศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียว พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยกระทงเดียว จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีจึงไม่ลดโทษให้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จำเลยจะออกเช็คพิพาทตามฟ้องทั้ง 6 ฉบับ เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ในวันเดียวกันสั่งจ่ายเงินในวันเดียวกัน และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินในวันเดียวกันทุกฉบับก็ตาม แต่การออกเช็คพิพาทดังกล่าวเป็นการสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามจำนวนและวันที่ที่ปรากฏในเช็คแต่ละฉบับ ซึ่งจำเลยอาจมีเงินจ่ายตามเช็คหรือมีเจตนาให้ใช้เงินตามเช็คแต่ละฉบับหรือไม่แยกออกจากกันได้ การที่จำเลยออกเช็คหลายฉบับและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าวแล้ว จึงเป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันซึ่งศาลต้องลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91"
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2534
อัยการ กรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นาง จม รี พา นิช พันธุ์ โจทก์
นาย สุวิทย์ บุญ เลิศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง จม รี พา นิช พันธุ์ · จำเลย - นาย สุวิทย์ บุญ เลิศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา